เมื่อหมอฟัน โดนผ่าฟันซะเอง
posted on 25 Sep 2009 14:05 by bobotravel in Herohandbookเชื่อว่าหลาย ๆ คนพอได้ยินคำว่า"หมอฟัน" ปุ๊ป
จะรู้สึกเสียวสันหลังปั๊บ
โอ้แม่เจ้าโว้ย...ไหนจะกรอฟัน ถอนฟัน รักษารากฟัน และที่น่ากลัวที่สุดคงจะหนีไม่พ้น...
"การผ่าฟันคุด"
ขึ้นชื่อว่าผ่าตัด ก็เสียวจะแย่แล้ว
แถมยังเป็นการผ่าตัดเกี่ยวกับเรื่องฟันอีก...ยิ่งเสียวเข้าไปใหญ่ ใช่ไหมล่ะ
ขอบคุณรูปประกอบจาก http://www.clipartguide.com/_named_clipart_images/0511-0811-0518-3651_Dentist_Cartoon_clipart_image.jpg
ปกติผมเคยแต่ไปถอนฟันคนไข้บ้าง กรีดเหงือกคนไข้บ้าง
แต่มาวันนี้ผมกลับต้องมานอนขึ้นเตียงโดนผ่าฟันคุดซะเอง
อยากจะบอกว่าการเป็นหมอฟันนั้นไม่ได้ช่วยให้เรายืดอก มั่นใจ ขึ้นไปโดนเจื๋อนอย่างกล้าหาญ
แต่ตรงกันข้ามมันกลับทำให้ผมหวั่นใจมากกว่า...
เพราะผมรู้ทุกเสต็ป รู้ทุกขึ้นตอนการผ่า
ตอนไหนใช้มีด ตอนไหนกรอกระดูก ตอนไหนงัดฟัน ตอนไหนเลือดพุ่ง
จู่ ๆ ก็นึกถึงคำพูดที่เรามักใช้บอกกับคนไข้...
...ไม่ต้องกลัวนะครับ...เจ็บนี๊ดเดียวเอง...เดี๋ยวก็เสร็จแล้ว...
ในชีวิตประจำวันของเรานั้น
เวลาเห็นคนอื่นเจอปัญหา จมอยู่กับปัญหา
เราสามารถเดินเข้าไปบอก เข้าไปแนะนำได้อย่างดีเลยว่า
เฮ้ย...ทำไมทำแบบนี้ล่ะ...ทำไมไม่ทำแบบนี้ล่ะ
หรือแม้แต่ตอนที่เพื่อนอกหัก
เฮ้ย...อกหักเรื่องเล็ก...
แค่คน ๆ เดียวไม่รักไม่เห็นเป็นไรเลย ยังมีคนที่รักเอ็งจริง ๆ อีกตั้งเยอะแยะ
เวลาที่เรามองปัญหาเป็นของคนอื่น
เราสามารถหาคำดี ๆ แนะนำความรู้สึกดี ๆ มุมมองดี ๆ ให้กับเพื่อนเราได้
แต่เคยสังเกตไหมครับ เวลาที่เรามีปัญหาเองนั้น...
น้อยครั้งจริง ๆ ที่จะสามารถหาทางออกและฉุดตัวเองขึ้นมาจากปัญหาได้

การปฏิบัติธรรมนั้นก็คล้าย ๆ กันครับ...
เวลาเราคอยใส่ใจดูการเคลื่อนไหวของกาย
การเคลื่อนไหวของความรู้สึก
การเคลื่อนไหวของจิตใจ
และการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ที่มากระทบกับประสาทสัมผัสของเรา
เวลาที่ดูนั้น เราต้องดูร่างกายและจิตใจเรานี้เปรียบเสมือนว่ากายนี้ใจนี้ไม่ใช่เรา
เป็นเพียงก้อนเนื้อ...เป็นเพียงวัตถุเท่านั้น...
เมื่อเรามองกายเราใจเราเป็นสิ่งอื่น
เราย่อมมองเห็นทางออก เห็นความจริงตามที่มันเป็น...
นั่นก็คือวิปัสสนาญาณได้เกิดขึ้นแล้ว...หรือที่เรามักได้ยินคนพูดกันว่า"ได้ดวงตาเห็นธรรม"
แต่โดยธรรมดานั้น คนเราจะเป็นห่วงตัวเองเกินกว่าเหตุ และมักจะพูดกับตัวเองบ่อย ๆ ว่า
เฮ้ย...เราทำงานเยอะไปแล้ว เดี๋ยวจะเหนื่อยไป ขอนอนก่อนละกัน
เฮ้ย...เรียนเยอะไปแล้ว เดี๋ยวเครียดไป ขอไปเล่นเกมก่อนละกัน
หรือแม้แต่คนที่ไปปฏิบัติธรรมเองก็มักจะหาเหตุผลเข้าข้างตัวเองว่า
เฮ้ย...เรานั่งสมาธินาน ขาชาหมดแล้ว เปลี่ยนท่านั่งดีกว่า เดี๋ยวขาเราพิการพอดี
เฮ้ย...เราปฏิบัติมาเยอะแล้ว ง่วงแล้ว ขอนอนเก็บแรงก่อนละกัน
อะแฮ่ม...หากว่าเราอยากจะเจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรมนั้น
เราต้องขจัดความรักตัวเองเกินกว่าเหตุให้ได้ก่อนครับ
รักตัวเองแบบมีเหตุมีผล ไม่รักจนกายเราใจเราเสียผู้เสียคน
ว่าแล้วผมก็ขึ้นไปผ่าฟันคุดจนเสร็จ
และตอนนี้กำลังนั่งเขียนบล๊อกไป เอาน้ำแข็งประคบแก้มไปอยู่นี่แล...
แล้วเจอกันใหม่...สวัสดีครับ




เด็กชาย A ผู้ได้ไปกินอาหารบนฟ้า
เรื่องจริงเกี่ยวกับลิง ที่น้อยคนจะรู้
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว
คนเรารักตัวเองได้ แต่ก็อย่าให้มากจนเกินไปจนลืมคิดถึงคนอื่น
#1 By Clepsydra:: on 2009-09-25 14:24