การปฎิบัติธรรม หรือ การเจริญวิปัสสนากรรมฐานนั้น

สิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราเดินถูกทางนั่นก็คือวิปัสสนาจารย์...

 

โดยธรรมดานั้นวิปัสสนาจารย์จะไม่แสวงหาเรา

ดังนั้นเราจึงต้องแสวงหาอาจารย์

 

ในปัจจุบันวงการพระสงฆ์นั้นมีทั้งพระที่ปฏิบัติดีและไม่ดีปนเปกันไป

วันนี้โบโบ้จะมาแนะนะวิธีดูและวิธีแสวงหาพระอาจารย์ให้เพื่อน ๆ ได้นำไปใช้กันนะ

 

(ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.lokthip.net/images/child/cartoon/lt438-4.jpg)

 

ขอกล่าวนำด้วยคำถามก่อนว่า

...พระสงฆ์รูปใดที่เราควรเข้าไปศึกษาและขอเรียนวิชาวิปัสสนากับท่าน ?

 ...พระสงฆ์ที่เทศน์เก่ง ?

 ...พระสงฆ์ที่แสดงธรรมเก่ง ?

 ...พระสงฆ์ที่มีชื่อเสียง ?

 ...พระสงฆ์ที่ได้เปรียญธรรมสูง ๆ ?

...พระสงฆ์ที่มีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ ?

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เป็นบุคคลที่เราควรกราบไหว้ เคารพบูชา

แต่ก็ยังไม่อาจรับรองได้ว่า ท่านจะเป็นพระวิปัสสนาจารย์ที่จะพาเราเดินไปถูกทางได้

แล้วพระสงฆ์เช่นไรหนอ ที่เราควรแสวงหามาเป็นอาจารย์ของเรา ?

 

ขอตอบเป็นเรื่องเล่าละกันครับ

(ผมขอสรุปเป็นใจความสั้น ๆ ให้เหมาะสมกับหน้าบล๊อกนะครับ)

 

 (ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.212cafe.com/boardvip/user_board/cm99/picture/01025_3.jpg)

 

ณ สถานที่น่ารื่นรมย์แห่งป่าโคสิงคสาลวัน

ดอกสาละบานสะพรั่งทั่วบริเวณ ส่งกลิ่นฟุ้งขจรไปทั่วทุกทิศ

ดุจกลิ่นทิพย์จากสรวงสวรรค์

สถานที่นี้เป็นที่ประทับของพระผู้มีพระภาคเจ้า

พร้อมด้วยพระเถระ ผู้เป็นอริยสาวกที่มีชื่อเสียงหลายรูป

ได้แก่ พระสารีบุตร พระมหาโมคคัลลานะ พระมหากัสสปะ พระอนุรุทธะ พระเรวตะ พระอานนท์

 

วันหนึ่งพระอริยสาวกทั้ง 6 ได้สนทนาธรรมกันว่า

ในป่าที่งดงามแห่งนี้จะงดงามด้วยภิกษุเช่นไร...

 

พระอานนท์ผู้เป็นเลิศด้านการฟัง(สุตะ)และจำธรรมจากพระพุทธเจ้า

ก็กล่าวว่า ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ทรงด้วยสุตะจากคำสอนของพระพุทธองค์

และได้แสดงธรรมที่งดงามนั้นแก่บริษัทสี่ด้วยบทและพยัญชนะที่เรียบง่าย

 

พระเรวตะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้ยินดีในการประกอบธรรมเครื่องระงับในกายตน

ไม่เหินห่างจากฌาน ประกอบด้วยวิปัสสนา

 

พระอนุรทธะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้มีตาดี ตรวจดูโลกธาตุด้วยตาทิพย์อันบริสุทธิ์เหนือมนุษย์

 

พระมหากัสสปะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุผู้เที่ยวบิณฑบาตอยู่เป็นวัตร

ถือผ้าบังสกุลเป็นวัตร ถือผ้าไตรจีวรเป็นวัตร

มีความมักน้อย สันโดษ สงัด ไม่คลุกคลี

ปรารภความเพียร สมบูรณ์ด้วยศีล สมาธิ ปัญญา วิมุตติ และวิมุตติญาณทัสสนะ

 

พระโมคคัลลานะตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุที่ถามปัญหากันและกัน

แล้วย่อมแก้กันเองไม่หยุดพัก 

 

พระสารีบุตรตอบว่า

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในพระธรรมวินัย ที่ทำจิตให้อยู่ในอำนาจของตน

และไม่ยอมอยู่ในอำนาจของจิต...

 

เหล่าพระอริยะสาวกนั้น ได้ชวนกันไปเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลถามว่า

ทรรศนะของแต่ละท่านนั้นถูกต้องสมควรหรือไม่อย่างไร

คำตอบของใครเป็นสุภาษิต

 

 (ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.chiangraifocus.com/webboard/Qpic/cat1-R1OPTydbu3.jpg)

 

พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า

"ดีละ ดีละ

เพราะคำตอบของแต่ละท่านได้ตอบตรงความถนัดของตนซึ่งก็สมเหตุสมผล

คำของเธอทั้งหมดเป็นสุภาษิตโดยเหตุนั้น ๆ

แต่เธอทั้งหลายจงฟังคำของเรา

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุเช่นไร

ป่าแห่งนี้พึงงดงามด้วยภิกษุในธรรมวินัย กลับจากบิณฑบาตภายหลังฉันภัตตาหารเสร็จแล้ว

นั่งคู้บัลลังก์ (นั่งขัดสมาธิ) ตั้งกายตรง 

ดำรงสติไว้เฉพาะหน้าว่า

จิตของเรายังไม่หมดความถือมั่น

และไม่หลุดพ้นจากอาสวะ(กิเลสที่หมักหมมในจิตสันดาน)ทั้งหลายเพียงใด

เราจักไม่ทำลายบัลลังก์นี้เพียงนั้น...

 

จากเรื่องเล่านี้ เราจะพอสรุปคุณสมบัติของพระวิปัสสนาจารย์ได้ว่า

ต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติวิปัสสนาอยู่สม่ำเสมอ ขัดเกลาจิตใจตัวท่านเองอยู่ตลอดเวลา

เมื่อท่านปฏิบัติอยู่ตลอดเวลา

เราย่อมสัมผัสได้ถึงความเมตตา ความเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

ในทุก ๆ ในอิริยาบทของท่าน...

 

ข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของพระวิปัสสนาจารย์

 1. เป็นผู้เชี่ยวชาญในวิชาครู ได้รับการถ่ายทอดวิชาจากโบราณจารย์

 2. แตกฉานในปริยัติ ปฎิบัติ และปฏิเวธธรรม ที่จะถ่ายทอดได้ถูกต้องตรงตามพุทธวจนะ

 3. อธิบายธรรมที่ยากให้เข้าใจง่าย  ธรรมที่ง่ายก็สามารถขยายความให้พิสดารแพรวพราว

 4.ธรรมที่อยู่ไกลก็สามารถอธิบายให้ใกล้ได้ ธรรมที่อยู่ใกล้ก็สามารถขยายให้เห็นการณ์ไกลออกไป

 5. พูดถ้อยคำสั้น ๆ กินใจความ พูดถ้อยคำมาก ๆ ก็ไม่เกินใจความ

 6.สามารถแสดงธรรมโดยอุปมา อุปมัย และยกหลักฐานขึ้นได้

 7.มีเทคนิคในการดูสภาวะธรรมของผู้ฝึกได้คม แม่นยำ ปรับแต่งให้ก้าวหน้าต่อไปได้ถูกต้อง

 

 

 (ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://gotoknow.org/file/drkamie/084.jpg) 

 

แล้วเจอกันใหม่ entry หน้า สวัสดีครับ

 

---------------------------บรรณานุกรม----------------------

เรียบเรียงและเล่าใหม่จาก

อาสภาสาส์น ฉบับที่ 19 ประจำเดือน พ.ค.-ส.ค. 2552

หนังสือ ปฏิจจสมุปบาทสังเขปกถา โดยพระอาจารย์ ดร.ภัททันตะ อาสภมหาเถระ

-----------------------------------------------------------------

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

องค์พุทธะ ท่านสอนให้ปลง ไม่ไช่ให้ปฏิบัติ
www.rombodhidharma.net ลองเข้าไปอ่านกัน
มีไฟล์เทศของ หลวงพ่อโพธิ์ศรีสุริยะ เขมรโต ลองไปฟังกัน

#8 By nato (58.11.51.153) on 2010-06-24 11:03

ขอบคุณค่ะ big smile

#7 By Bxjapan on 2009-09-05 20:57

สาธุ..ความรู้เพียบเลยค่ะbig smile

#6 By nudee on 2009-09-05 13:30

อยากไปวิปัสสนาค่ะ

ตอนนี้จิตใจไม่สงบเอาสะเลย

embarrassed

#5 By OoooN on 2009-09-05 12:48

ชอบมากครับ.. สาระธรรมดี ๆ แบบนี้..
big smile big smile big smile

#4 By kriangkrai on 2009-09-05 08:54

Hot! Hot!

#3 By ~~หมอเดา~~ on 2009-09-05 07:49

สาธุ big smile Hot!

#2 By นักรบ on 2009-09-05 05:30

สาธุ ๆๆ

ถ้า ครูสมัยนี้ มีคุณสมบัติแบบนี้ก็ถ้าจะดี

#1 By herenoi on 2009-09-05 01:46