เด็กชาย A ผู้ได้ไปกินอาหารบนฟ้า
posted on 01 Aug 2009 10:20 by bobotravel in Magazine
ช่วงนี้โบโบ้ก็ยังก้มหน้าก้มตาพากเพียรเรียนให้จบอยู่ (อีกสองปีเท่านั้น สู้ ๆ )
งานของผมช่วงนี้นี่ก็ชุลมุนชุกชุม ยิ่งกว่ายุงตีกันซะอีก
ถึงงานจะเยอะ แต่ก็อยากเขียนบล๊อก ทำไงดี....เอ้อ....เอาของเก่ามา ReUse ดีกว่า 555
เรื่องราวต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของนาย A ...
นาย A เป็นนักชิมชื่อดัง เขาตะเวนชิมร้านอาหารทั่วราชอาณาจักร
ร้านใดที่นาย A บอกว่าอร่อย ผู้คนมากมายก็จะแห่กันไปกินร้านนั้นจนรวยเละไปเลย
ผู้คนทั่วอาณาจักร ต่างเรียกเขาว่า "หมึกดำ"
หมึกดำประกอบอาชีพนักชิม ออกเดินทางไปชิมร้านอาหารทั่วอาณาจักร
...วันแล้ววันเล่า
...สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า
...ปีแล้วปีเล่า...
บัดนี้เขาออกเดินทางนับเวลาได้ 10 ปีพอดี
รสชาดที่เคยชื่นชอบก็ถูกแทนที่ด้วยความเคยชิน
ไม่ว่าเขาจะกินอะไร ที่ไหนก็ไม่รู้สึกอร่อยนุ่มลิ้นอีกเลย
หมึกดำ รู้สึกชีวิตมันน่าเบื่อ
จู่ ๆ ก็อยากรู้ขึ้นมาว่า " อาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นที่แท้จริง กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุดอยู่แห่งใด "
คิดได้ซักพักหนึ่งก็ร้องอ๋อทันที
...คงเป็นบรรยากาศล่ะกระมัง
...และแล้วเขาก็ออกเดินทาง
ด้วยความหวังว่า
ณ จุดที่เห็นแผ่นฟ้าและผืนน้ำมาบรรจบกันคงจะเป็นที่ที่กินอาหารได้อร่อยนุ่มลิ้นและซาบซ่านเป็นสุขที่สุด
และอาจจะได้เห็นนางเงือกซักตัวสองตัวด้วย...
ว่าแล้วก็หยิบถุงข้าวเหนียว ไก่ย่าง และเลย์ของโปรดมากิน
แต่ทว่า...เหมือนขาดอะไรไป
'มันยังไม่ใช่อาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นและซาบซ่านเป็นสุขที่สุด'
เขาคิดในใจ
หมึกดำมานั่งคิดใหม่
ว่าอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุดอยู่แห่งใด
คิดซักพักก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที
คงเป็นบรรยากาศและอาหารราคาแพงล่ะกระมัง
...และแล้วเขาก็ออกเดินทางต่อ
ด้วยความหวังว่า
ณ จุดที่เห็นแผ่นฟ้าและผืนน้ำมาบรรจบกัน
ถ้าได้กินอาหารราคาแพงคงจะเป็นอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นและซาบซ่านเป็นสุขที่สุด
ว่าแล้วเขาก็สั่งเมนูที่แพงและขึ้นชื่อที่สุดของเกาะ
"ทะเลผัดฉ่า สะท้านลิ้น สะเทือนเพดาน น น น (ปาก)"
แต่ทว่า...เหมือนขาดอะไรไป
'มันยังไม่ใช่อาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นและซาบซ่านเป็นสุขที่สุด'
เขาคิดในใจ
หมึกดำมานั่งครุ่นคิดใหม่อีกรอบ
ว่าอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุดอยู่แห่งใด
คิดซักพักก็ร้องอ๋อขึ้นมาทันที
คงเป็นบรรยากาศ อาหารราคาแพงจำนวนมาก แล้วก็สาวสวยข้างกายล่ะกระมัง
และแล้วเขาก็ออกเดินทางค้นหาอีกครั้ง
หมึกดำพาสาวสวยขึ้นไปบนฟ้า
ด้วยความหวังว่าหากได้ทานอาหาร
ณ จุดที่ปุยเมฆอยู่ใต้เท้า
สาวสวยข้างกาย
และอาหารขึ้นชื่อมากมาย นั่นจะเป็นอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นและซาบซ่านเป็นสุขที่สุด
ที่บนท้องฟ้านั้น หมึกดำได้กินอาหารมากมาย
จานแล้วจานเล่า
กินแล้วกินอีก
กินจนหมูเรียกพี่ ชูชกเรียกพ่อ
แต่ว่า
ทำไม...
ทำไม...
ทำไมมันถึงยังไม่ใช่อาหารที่อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุด
ตอนนี้
...หมึกดำรู้สึก
...ท้อแท้
...หมดแรง
...และหมดหวัง
'...เราเสียเวลาไปสิบกว่าปี
...เพื่อเดินทางค้นหาอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุด'
หมึกดำคิดในใจ
'...แต่เรากลับพบว่ามันไม่มีอยู่จริง'
หมึกดำกลับถึงบ้าน
เมื่อนางสมศรีเห็นลูกชายผอมโซจึงเข้าไปกอดด้วยความคิดถึง
" ไอ้ A เอ็งหายไปไหนมาสิบกว่า ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง !
นี่แม่เกือบจะลืมหน้าเอ็งอยู่แล้ว...."
นางสมศรีพูดไป น้ำตาก็อาบแก้มไป
นางกลัวลูกชายจะหิว นางจึงเข้าครัว
...ไปทำ "ข้าวไข่เจียวใส่มะเขือเทศที่เก็บมาจากหลังบ้าน" ซึ่งเป็นของโปรดของนาย A ตอนเด็ก
พอหมึกดำ หรือไอ้เอของแม่สมศรี ได้ตักข้าวไข่เจียวใส่มะเขือเทศเข้าปาก
น้ำตาเขาก็ค่อย ๆ ไหล...
ลิ้นของเขารับรู้ถึงรสชาดจืด ๆ ของไข่เจียวที่คุ้นเคย
แต่หัวใจของเขาได้รับรู้ถึงภาพของไข่ไก่ที่ถูกทอดอย่างพิถีพิถัน
ภาพของมะเขือเทศที่ถูกล้างอย่างสะอาด
และรสชาดของความรักที่แม่ได้ใส่เข้าไปในไข่เจียว
'เราพบแล้ว'
"อาหารที่อร่อยนุ่มลิ้น กินแล้วซาบซ่านเป็นสุขที่สุด'
---------------------------จบแล้วจ๊ะ---------------------------
ปล.
เคยแต่งเรื่องราวเกี่ยวกับนาย A ไว้อีกตอนหนึ่ง
หากอยากอ่าน เดี๋ยวโบโบ้จะเอามา ReWrite ให้อ่านกันอีกรอบนะ
ฮิฮิ
ขอให้มีความสุขกับอาหารที่อร่อยนุ่มลิ้นกับคนที่คุณรักนะครับ




เรื่องจริงเกี่ยวกับลิง ที่น้อยคนจะรู้
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว
#1 By s.mile on 2009-08-01 10:53