เมื่อไม่กี่วันมานี้

โบโบ้ได้ไปอ่านนิทานของผู้กล้าท่านหนึ่ง

ความรู้สึกแรกที่อ่านจบก็คือ "งง ครับ งงจริง ๆ "

งงกับตอนจบของนิทาน

แต่หลังจากได้การตีความนิทานของผู้กล้าท่านนี้

ก็รู้สึกได้ถึงความคมคายและมุมมองสำคัญบางอย่างที่เราได้มองข้ามไป...

นิทานเรื่่องนี้ เป็นเรื่องของลิงและลาครับ !

 

ขอบคุณรูปลิงจาก  http://www.juliadonaldson.co.uk/i/NIGHTmonkey.jpg

 

นิทานได้เล่าถึงหญิงชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในกระท่อมเพียงคนเดียว

ด้วยความเหงาเธอจึงได้หาลิงกับลามาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน

 

วันหนึ่งหญิงคนนี้จำต้องไปซื้ออาหารที่ตลาด

ด้วยความกลัวที่ว่าเจ้าลิงกับเจ้าลาที่เลี้ยงไว้จะพากันวิ่งซนทำข้าวของเสียหาย

เธอจึงเอาเชือกมาผูกคอลิง และมัดขาลาไว้ทั้งสองข้าง

 

 แต่แล้วเหตุการณ์ก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่หญิงชาวบ้านคิดไว้

ทันทีที่เธอออกจากบ้านปุ๊บ

ไอ้เจ้าลิงจอมซนก็แก้ปมเชือกออกจากคอมัน

อ่ะแฮ่ม...ถึงแม้เจ้าลิงจะซุกซนแต่มันก็ไม่ลืมที่จะมาแก้มัดให้เจ้าลาด้วย !

เสร็จแล้วเจ้าลิงก็วิ่ง ก็กระโดดไปทั่วบ้าน

ข้าวของในบ้านก็เลยกระจุยกระจาย ล้มระเนระนาดไปหมด

แต่เท่านั้นยังไม่พอ...

เจ้าลิงยังไปซุกซน ไปรื้อค้นเสื้อผ้าของหญิงชาวบ้านมากัดจนเละเทะไม่มีชิ้นดี


แล้วเจ้าลาล่ะ ?

เจ้าลาก็ได้แต่นั่งมองเจ้าลิงไป กระพริบตาปริบ ๆ ไป

 

เวลาผ่านไปสักพักนึง

พอเจ้าลิงได้ยินเสียงหญิงชาวบ้านเดินใกล้เข้ามา

เจ้าลิงก็รีบเอาเชือกมาผูกคอตนเองเช่นเดิม

 

พอหญิงเจ้าของบ้านเปิดประตูเข้ามาเห็นข้าวของกระจุยกระจายก็เกิดโมโหโทโสขึ้นมาทันที

เธอจึงหันมาหาตัวการ ว่าใครคือคนร้ายกันแน่ !

เจ้าลิงมีเชือกผูกไว้ที่คอ ส่วนเจ้าลาไม่มีเชือก

อ้าว...ซวยแล้วสิเจ้าลาเอ้ย !

 

ด้วยความโมโห หญิงชาวบ้านจึงวิ่งไปหยิบท่อนไม้นอกบ้านมาทุบตีลาหลายที

เจ้าลาผู้น่าสงสารก็ได้แต่ร้องโดยไม่สามารถทำอะไรได้เลย...

 

แล้วเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ?

หา...อะไรนะ?

จบแล้วหรอ ?

ทำไมจบไม่สวยเลยอ่ะ !

 

555 คิดเหมือนกับผมรึเปล่าครับ ?

 

ผู้กล้าท่านนี้ได้เฉลยความหมายของลิงกับลาไว้ว่า

 

"เจ้าลิงซนเปรียบได้ดั่งจิตใจของเรา

ส่วนลาก็คือร่างกาย

ลิงที่ซุกซนต้องการนั่นต้องการนี่สารพัด อยากทำอะไรก็ต้องได้ทำตามใจตน

เปรียบเสมือนจิตใจเราที่ไม่รู้จักสงบนิ่ง คิดกระทำเรื่องไม่ดีมากมาย 

แต่ความลำบากทั้งหมดกลับตกอยู่แก่ร่างกายซึ่งไม่ใช่ผู้ก่อปัญหา 

ต้องรับเคราะห์กรรมเพราะอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตใจ

เพราะฉะนั้นเราจึงต้องควบคุมเจ้าลิง ต้องยับยั้งชั่งใจห้ามไม่ให้เจ้าลิงแสดงตัวตนออกมา

ถ้าจิตใจของเราสงบ ร่างกายของเราก็จะพลอยสบายและมีความสุขยั่งยืน"

 

สนใจมาฝึกวิชาจัดการลิงซนกันไหมครับ ?

 

=================================

อ้างอิง

ผู้กล้าที่เล่านิทานเรื่องนี้คือ ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา

รวบรวมไว้ในหนังสือ "ด้วยรักบันดาล...นิทานสีขาว" เล่ม 2

สำนักพิมพ์ Free mind 

 

อ้อ แล้วก็ขอบคุณเจ้า donkey จากเรื่อง Shrek ที่มาเป็นรูปประกอบด้วยนะ

 

เรื่องราวประทับใจเกี่ยวกับผู้กล้าท่านนี้ยังมีอีกตั้งเยอะ

โบโบ้จะเล่าให้ฟังถ้ามีโอกาสนะจ๊ะ

สวัสดีจ้า....

==================================

 

Comment

Comment:

Tweet

ต้องฝึกจิตอีกแล้ว
ช่วงนี้
มีแต่มรสุมชีวิตมารุมเร้า
อยากจะให้ิจิตตัวเอง
นิ่งได้จริงสักที
ไม่ต้องวิ่งวุ่นแล้วค่อยมาหยุด
อยากหยุดได้ทันทีที่มีสิ่งเข้ามาปะทะอารมณ์

หนังสือน่าอ่านมากๆbig smile

#19 By I am robot. on 2009-09-07 12:28

จิตใจไม่ยอมอยู่นิ่ง

ดังนั้นเราจึงต้องมาฝึกใจตัวเองไงครับ

การปฎิบัติธรรมตามแนวทางสติปัฎฐาน 4 นี่
ใช้ฝึกจิตใจได้ดีทีเดียวเชียว confused smile
สงสารลา สงสารร่างกายตัวเอง
แต่...จิตใจมันก็ไม่ยอมหยุดนิ่งวะทีอ่ะ
...ทำไงดี...

#17 By OoooN on 2009-08-01 10:11

โอวว ให้ข้อคิด big smile Hot!

#16 By ★ K T I G on 2009-07-29 23:21

ออออ ใช่ครับ เคยอ่านในนิทานสีขาวเรื่องนี้ ซื้อมาจากบุคสไมล์ 39 บาท big smile

#15 By Shuu Exteen on 2009-07-27 02:33

รูปดองกี้น่ารักจัง เห็นแล้วคิดถึงหนังเชร็ค

น่าจะเป็นนิทานผู้ใหญ่ ความคิดลึกซึ้งมากค่ะ

#14 By Bxjapan on 2009-07-26 18:46

ชอบคะ นิทานเป็นสิ่งที่ดี อ่านได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่พร้อมมีแง่คิดสอดแทรกไปด้วยนะconfused smile

#13 By paper-mag on 2009-07-26 17:59

ผมทึ่ง
และชอบ big smile

#12 By Charlie on 2009-07-26 14:34

Hot!

เออ จริงด้วย...
sad smile

ต้องหยุดยั้งน้องลิงในตัวให้ได้

#11 By HeDw!g on 2009-07-26 11:48

เคยได้ยินเรื่องนี้มาเหมือนกันค่ะ
แต่ไม่เคยรู้ถึงเฉลยของลิงกะลาเลย

มีข้อคิดดีมากมากbig smile

#9 By ~* แมวอ้วน *~ on 2009-07-26 08:45

จบแบบมีภาค2 มาก
แต่เข้าใจข้อคิดและ เข้าท่าจัง

#7 By hungryangry on 2009-07-25 22:31

จะคอยอ่านเรื่องดีอีกนะคะbig smile

#6 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-07-25 21:15

ช่างเป็นลิงที่น่ากลัว และหยุดยากจริงๆsad smile
จะติดตามต่อไปนะครับ..

#4 By kriangkrai on 2009-07-25 20:32

ขอบคุณคับ สำหรับเรื่องราวดีๆ big smile

#3 By นักรบ on 2009-07-25 20:03

ตอนแรกที่อ่านจบก็งงนะ
แต่พอมาอ่านข้อคิดแล้วถึงได้เข้าใจbig smile

#2 By ~memay~ on 2009-07-25 19:48

ถ้าอ่านแค่นิทาน...ผมคิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย
เป็นข้อคิดที่ดีมากๆเลยครับconfused smile

#1 By araignee on 2009-07-25 19:23