สวัสดีคร้าบ ๆ ๆ

 

อ่าน comment จาก entry ที่แล้วว่า ทำไมหมอฟันต้องจุ๊บคนไข้แล้ว

ก็นึกสงสัยแล้วสิว่า...

ที่เขียนไว้ว่า ทำฟันไปนาน ๆ แล้วความรู้สึกโรแมนติกที่เห็นคนจุ๊บกันลดลงมันจริงหรือเปล่านะ

หรือว่ารู้สึกไปคนเดียว 555  

เดี๋ยวต้องไปลองถามเพื่อนคนอื่นดูบ้างดีกว่าเนอะ 

 

ส่วนที่มีน้องถามว่าเรียนหมอฟันยากไหม เป็นไงบ้าง

จากการสังเกตจากเพื่อน ๆ พอจะประมาณได้ว่า

80 % เรียนแบบ เหนื่อย ๆ  เครียด  ๆ จนบางครั้งก็คลั่ง

10 % ก็เรียนสบาย ๆ ชิว ๆ

และอีก 10% ก็เรียนแบบมีความสุขมาก ๆ

(ทั้งหมดนี้ ประมาณแบบมั่ว ๆ เองครับ)

 

ส่วนรูปฟันที่เกือบทุกคนบอกว่าน่าเกลียดนั้น

อยากบอกว่า คนที่อายุสัก 30-50 ปี มีแบบนี้เยอะจริง ๆ

ส่วนวัยรุ่นที่นึกว่าฟันเราสะอาดนั้น ส่วนใหญ่ไม่เป็นความจริงคร้าบบบ

เมื่ออาทิตย์ก่อนผมทำฟันให้เด็กน้อยคนหนึ่ง

เจ้านี่มันไม่ยอมรับว่า ฟันมันไม่สะอาด

พอบอกว่าฟันน้องมีขี้ฟันเกาะเต็มไปหมดก็ไม่เชื่อ

ผมเลยเอาสีย้อมขี้ฟันย้อมให้ดู

ปรากฎว่าติดสีขี้ฟันทั้งปากเลย....เจ้าน้องคนนี้ก็อึ้งไปเลย แหะ ๆ ๆ

(สัญญาณของฟันฉก-กะ-ปก ก็คือ

1.เอามือปิดปากแล้วหายใจลึก ๆ

2.ลองเอาลิ้นถูไปบนตัวฟันว่ามันสากหรือไม่ - ส่วนใหญ่ฟันหน้าจะลื่น ๆ ฟันหลังจะสาก ๆ เพราะแปรงไม่ถึงกัน

3.มีเลือดออกตามไรฟันหรือหลังแปรงฟัน

อย่าลืมหมั่นสังเกตและฝึกแปรงฟันให้ถูกวิธีนะครับ ^.^)

 

ปิดท้ายด้วยนิทานดีกว่าเนอะ ^.^

 

กาลครั้งหนึ่งไม่ช้าไม่เร็ว ไม่ใกล้ไม่ไกลมานี้

มีชายสองคนเป็นเพื่อนกัน

คนหนึ่งชื่อนายโลภ

อีกคนหนึ่งชื่อนายริษยา

นายโลภมีนิสัยอยากจะได้แต่ของคนอื่น อยากได้มากกว่าคนอื่น

ส่วนนายริษยานั้นเห็นใครได้ดีกว่าเป็นไม่ได้

ด้วยเหตุนี้ทั้งคู่จึงไม่ค่อยได้ทำงาน ยากจนขัดสน

เทวดาท่านเห็นเข้าก็สงสาร จึงปรากฏตัวเพื่อให้พรแก่ทั้งสอง

 

(ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.biolawcom.de/files/member/23/blog/552/youarehere_e.jpg)

 

"เอ้า วันนี้พวกเจ้าอยากได้พรอะไรก็ขอมา แต่มีข้อแม้ว่าคนขอทีหลังจะได้เป็น 2 เท่าของคนแรก"

 

เป็นเรื่องล่ะสิ นายโลภกับนายริษยาต่างเกี่ยงกัน ไม่ยอมมีใครยอมขอพรก่อนซะที

จนเทวดาเริ่มหงุดหงิดจึงตวาดไปว่า 

 

"พวกเจ้าจะเอาไงเนี่ย ขอมาซะทีเดี๋ยวข้าต้องไปดูแพนด้าที่เชียงใหม่อีกนะ

ไม่ขอเดี๋ยะก็อดหรอกนะเฟ้ย"

 

นายริษยาเห็นดังนั้นก็คิดว่า เอาละวะ ไหน ๆ ไม่ขอ ฉันขอก่อนก็ได้ 

แต่แกอย่าหวังเลยว่าจะได้ดีกว่าฉัน วะฮ่าฮ่า

และแล้วนายริษยาก็เดินไปกระซิบบอกเทวดาว่า

 

"ท่านช่วยทำให้น้องชายของฉันเล็กลงครึ่งหนึ่งให้ทีนะ "

"เฮ้ย แน่ใจรึ? " เทวดาตะลึงยิ่งกว่ารู้ว่าแพนด้าออกลูก

"แน่ใจขอรับ "

"เอ้า ๆ ตกลง ๆ "

 


(ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://farm1.static.flickr.com/187/458091653_afb96b157e.jpg?v=1176569865)

 

พอนายริษยาเดินจากไป นายโลภก็รีบไปขอเทวดาบ้าง

"เทวดาครับ ขอผมสองเท่าของเจ้านั่นนะ " 

"เฮ้ย แน่ใจรึ ?"  เทวดาตะลึงยิ่งกว่ารู้ว่าลูกแพนด้าลืมตาได้แล้ว

"แน่ใจสิครับ ท่านห้ามเบี้ยวสัญญานะ"

"เอ้า เอาไปเลย----เพี้ยง ! "

!!!!

 

อย่าลืมฝึกสติคอยเฝ้าดูและรู้ทันจิตใจตัวเองนะครับ

ความโลภ ความริษยาเกิดขึ้นในใจเราเมื่อไหร่

หากไม่รู้เท่าทัน ก็บรรลัยล่ะครับ ^.^

 

มีความสุขกันมาก ๆ นะครับ

Happy weekend !!!

 

อ้างอิงนิทานจาก : อาสภาสาส์น สำนักวิปัสสนากรรมฐาน วัดภัททันตะอาสภาราม

ฉบับที่ 18 ประจำเดือนตุลาคม-เมษายน 2552 ครับ

(จริง ๆ นิทานเรื่องนี้ไม่ได้ทะลึ่งหรอกครับ

แต่โบโบ้แอบดัดแปลงนิทานนิดหน่อยเพื่อให้เหมาะสมกับการนำมาลงบล๊อกนะครับ

--หวังว่าคงไม่บาปนะ แหะ ๆ )

 (ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.fungdham.com/images/dojit.jpg)

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฮ้าาาาาาาาาาาา

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

จงรู้เท่าทันคนที่จะเอาเปรียบเรา

แล้วจัดการมันให้ได้ก่อนใช่ป่าว เอิ๊กกกก

#1 By frogchocolate on 2009-07-17 22:18

อ่านแล้วต้องแปรงฟัน
ดูภาพแล้วต้องแปรงฟัน
ก่อนนอนก็ต้องแปรงฟัน

#2 By i' FY on 2009-07-17 22:23

กร้าก นิทานฮาเฮ confused smile

#3 By เม็ดบ๊วย on 2009-07-17 22:27

นิทานฮาดี
แถมได้ข้อคิดconfused smile

#4 By ~memay~ on 2009-07-17 22:32

ไอ้หยา สองเท่าเลยเหรอ ว่าแต่นายริษยาคิดได้ไงเนี่ยsad smile
น่ากลัว sad smile

#6 By นักรบ on 2009-07-18 01:42




ไม่ได้ไปหาหมอฟัน มาหลายปีละ

#7 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-07-18 10:38

โอ้ย...กำลังปวดฟันเลย แต่ฟันไม่เหมือนในรูปนะquestion

#8 By โต๊ะคิ้งส์ on 2009-07-18 19:24

ฮาขิงๆ


ขอให้พี่โบโบ้ลดลงครึ่งนึงครับ



พี่เรียนที่ไหนเนี่ย
ผมก้อทันตะอ่ะ

ตอนนี้อยู่ปี2

#9 By Kra-JouR on 2009-07-18 22:02