ทำไมหมอฟัน ต้องจูจุ๊บคนไข้ !
posted on 14 Jul 2009 19:11 by bobotravelเห็นข่าวคุณหมอฟันจูจุ๊บคนไข้สาวแล้วผมอึ้งไปเลยครับ
ก่อนที่จะพูดถึงข่าวนี้นั้น โบโบ้ขอบ่นก่อนดีกว่า...555
ช่วงเศรษฐกิจขาลงแบบนี้
คงจะมีหลาย ๆ คนที่ทุกข์กับการว่างงานบ้าง ไม่มีงานทำบ้าง
แต่รู้ไหมครับว่า การต้องทำงานตั้งแต่ตื่นยันนอนนั้น ก็ทุกข์ไม่น้อยไปกว่ากันเลย !
ตอนนี้ผมเรียนหมอฟันอยู่ปีห้าแล้วครับ
ต้องตื่นนอนตีห้าห้าสิบ กินข้าว ไปเรียนให้ทัน 8 โมงเช้า
ขอบคุณภาพจาก http://www.clipartguide.com/_named_clipart_images/0511-0811-0518-3651_Dentist_Cartoon_clipart_image.jpg
พอเก้าโมงก็ไปทำฟันให้คนไข้ต่อถึงเที่ยงกว่า ๆ
พอบ่ายโมงก็ไปทำฟันต่อ หรือไม่ก็ต้องไปเรียนหนังสือถึง 4 โมงเย็น
เสร็จแล้วก็ไปเคลียร์งานกลุ่มบ้าง งานที่ทำให้คนไข้บ้างถึงสองทุ่ม
กลับถึงบ้านสามทุ่มกว่า ๆ กินข้าว อาบน้ำเสร็จ
ถ้าโชคดีก็ได้นอน
แต่ส่วนใหญ่มักจะโชคร้ายต้องอ่านหนังสือเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้ต่อ...
พูดถึงเรื่องหมอฟัน ตอนนี้คงต้องโฟกัสไปประเด็นที่หมอฟันจูจุ๊บคนไข้สาวขณะผ่าฟันคุด !
เฮ้ยยยย มันเป็นไปได้ไงฟะ !?
คำตอบก็คงไปเป็นไปได้ และอาจเป็นไปไม่ได้...
เอาเหตุผลที่เป็นไปไม่ได้ก่อน
การที่คนต้องก้มหน้าก้มตาทำงานดูช่องปากคนไข้อยู่ทุกวันนั้น
ย่อมต้องเห็นความเป็นอสุภะ (หรือความซกมกโสมมของร่างกายคนเรา)
ต่อให้เป็นคนสวย คนงามขนาดไหน
ต่อให้เป็นคุณหมอฟันเองก็เถอะ
ก็ไม่สามารถทำให้ช่องปากของตัวเองดูงดงามและเกลี้ยงเกลาได้หมดจด
ไอ้ความรู้สึกโรแมนติก หรืออีโรติกเวลาเห็นคนจูจุ๊บกันนั้น ไม่น่าจะมีหรอกนะครับ
มีแต่ภาพหินปูน ภาพขี้ฟัน ภาพฟันผุ กลิ่นปาก และอะไรต่อมิอะไรก็ผุดขึ้นมา
เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่หมอฟันจะลงไปจุ๊บกับคนไข้สาวที่กำลังผ่าฟันคุดอยู่
(ไม่รู้ว่าขณะนั้นมีเลือดกับหนองอยู่เต็มปากรึเปล่า)
ขอบคุณภาพหินปูนจาก www.netdds.net
ภาพฟันผุ หินปูน และขี้ฟันถ้าไม่ยอมแปรงฟันให้ถูกหลังทานข้าวก็เป็นแบบนี้แหละ แหะ ๆ ๆ
( http://www.cosmetic-dentistry.bz/images/Kevin%20Smile.JPG)
อ้อ...ถึงแม้ในช่องปากจะเต็มไปด้วยของไม่สวยไม่งาม
แต่หมอฟันอย่างพวกผมก็ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนให้คนดูแลสุขภาพช่องปากให้ดีต่อไป !
ส่วนเหตุผลที่เป็นไปได้ที่หมอฟันจะละทิ้งจรรยาบรรณไปจูบคนไข้นั้น (เท่าที่นึกออก)
ก็คงจะเป็นเพราะ...
เวลาคนเรากำลังหื่น กำลังอยาก กำลังเมา
ต่อให้มีปืนผาหน้าไม้ มีสัตว์ร้ายและอสรพิษอยู่ข้างหน้าก็คงจะมองไม่เห็น...
ความดีเอย ความพยายามเอยที่เคยทำมามากมาย
ล้วนพังมากไปเพราะการขาดสติเพียงชั่วพริบตานี่เอง...
จะว่าไปก็น่าสงสารทั้งตัวหมอและตัวคนไข้เองด้วย...
ปล.ถึงแม้ช่วงนี้โบโบ้จะงานเข้า
แต่ก็เป็นการทดสอบกำลังสติของตัวเองได้อย่างดี
ว่าจะรักษาใจตัวเองให้ปกติได้หรือไม่...
เจริญในธรรม มีกำลังของสติและปัญญายิ่ง ๆ ขึ้นไปนะครับ
อ้อ แล้วก็อย่าลืมแปรงฟันอย่างถูกวิธีหลังอาหารทุกมื้อด้วยนะ
สวัสดีครับ




เด็กชาย A ผู้ได้ไปกินอาหารบนฟ้า
เรื่องจริงเกี่ยวกับลิง ที่น้อยคนจะรู้
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว
#1 By NOIZE♥2PM on 2009-07-14 19:39