สมมุติฐานบนความน่าจะเป็น2...
posted on 20 Jun 2009 21:21 by bobotravelสวัสดีครับ
เมื่อ entry ที่แล้วได้เกริ่นเอาไว้ว่า
เราสามารถจะทอยลูกเต๋า 100 ครั้งโดยออกหน้าเดียวกันทุกครั้งได้
ถ้าหากว่าเราสามารถกำหนดเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทอยลูกเต๋าลูกนั้น
แรงที่ใช้ทอยลูกเต๋า...
ตำแหน่งที่แรงกระทำต่อลูกเต๋า...
สภาพและองค์ประกอบของอากาศขณะนั้น...
และอีกสารพัดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทอยลูกเต๋า...
คำถามที่เกิดขึ้นในหัวผมก็คือ...เราสามารถกำหนดสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเราได้ไหมนะ
ในชีวิตของคนหลาย ๆ คนนั้น ดูเหมือนมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมาย
บางคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่กลับมีเงินเหลือกินเหลือใช้
บางคนเกิดมาจนทั้งที่เป็นคนขยันทำมาหากิน
บางคนเกิดมาหน้าตาดีทั้งที่นิสัยไม่ดี
บางคนเกิดมาหน้าตาไม่ดีทั้งที่นิสัยดี
บางคนพบเจอแต่เรื่องดีดีทั้งที่ก็ไม่ได้ทำดีสักเท่าไหร่
บางคนพบเจอแต่เรื่องซวย ๆ ทั้งที่เป็นคนดีมีศีลธรรม
บางคนก็มีโอกาสได้เรียนสูง ๆ
บางคนก็ไม่มีโอกาสที่ว่านั้น
แม้ว่าวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งความเป็นเหตุและผลจะเจริญไปอย่างไม่หยุดยั้ง
แต่หลาย ๆ คนก็ยกความไม่ยุติธรรมเหล่านั้นว่าเป็นเรื่องของ"ความน่าจะเป็น"
หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า "ความซวย" กับ "ความเฮง"
เหมือนกับว่า เด็กยุคใหม่ที่เรียนวิทยาศาสตร์จำนวนมาก
เห็นว่าเรื่องของ ผลแห่งการกระทำเป็นเรื่องไร้สาระ
(ทั้งในภพชาติอดีตและปัจจุบัน)
เด็กยุคใหม่หลายคนเห็นว่าเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียวแล้วจบเลย จึงต้องเสพสุขให้มันคุ้ม !
(ซึ่งก็หมายความว่าทุกคนสามารถ"นิพพาน"โดยอัตโนมัติเมื่อหมดลมหายใจ)
ความจริงแล้ว
ผมคิดว่าคนที่เห็นว่าเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียวนั้น ที่จริงเขาไม่ได้เชื่ออย่างนั้นหรอก
หากแต่ว่าเขามีความเชื่อที่ว่า
อาหารอร่อย ๆ บ้านหลังโต ๆ เสื้อผ้าสวย เครื่องประดับหรู
สามีหล่อ ๆ ภรรยาสวย ๆ กิ๊กเยอะ ๆ ชื่อเสียง เงินทอง
คือความสุข คือความหมายของชีวิตต่างหาก
หากถามผมว่า ในมุมมองของวิทยาศาสตร์
ควรมองอย่างไรกับกฏแห่งกรรมและการเวียนไหว้ตายเกิด
การที่ไม่เคยพิสูจน์แล้วเชื่อว่ามีจริง ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูก
และการที่ไม่เคยพิสูจน์แล้วไม่เชื่อว่ามีจริง ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูก
เมื่อพิจารณาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว
การที่เรานำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นสมมุติฐานก็ดูน่าสนใจไม่น้อย
เพราะเป็นสมมุติฐาน ที่มี "ความน่าจะเป็นไปได้"
หนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้นั้น
พระพุทธเจ้าทรงชี้ทางไว้แล้วนั่นคือ หนทางแห่ง "มหาสติปัฏฐาน 4" นั่นเอง
หากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น
ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความโชคดีและความซวย
ล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของเรา
ผมคงจะต้องอุทานว่า "โอ้ว...โลกนี้มันช่างยุติธรรม"




เด็กชาย A ผู้ได้ไปกินอาหารบนฟ้า
เรื่องจริงเกี่ยวกับลิง ที่น้อยคนจะรู้
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว
เพราะฉะนั้นโลกนี้(สำหรับผมนะ)ยุติธรรมแล้วสำหรับทุกคน
แม้ว่าจะทุกข์บ้าง สุขบ้าง แต่นั่นก็เพราะว่า
ครั้งหนึ่งเราก็เคยทำดีมาบ้าง และทำชั่วมาบ้างเช่นกัน
#1 By Clepsydra:: on 2009-06-20 22:57