สวัสดีครับ

เมื่อ entry ที่แล้วได้เกริ่นเอาไว้ว่า

เราสามารถจะทอยลูกเต๋า 100 ครั้งโดยออกหน้าเดียวกันทุกครั้งได้

 ถ้าหากว่าเราสามารถกำหนดเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทอยลูกเต๋าลูกนั้น

แรงที่ใช้ทอยลูกเต๋า...

ตำแหน่งที่แรงกระทำต่อลูกเต๋า...

สภาพและองค์ประกอบของอากาศขณะนั้น...

และอีกสารพัดปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการทอยลูกเต๋า...

คำถามที่เกิดขึ้นในหัวผมก็คือ...เราสามารถกำหนดสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตเราได้ไหมนะ

 

 

ในชีวิตของคนหลาย ๆ คนนั้น ดูเหมือนมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมาย

บางคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่กลับมีเงินเหลือกินเหลือใช้

บางคนเกิดมาจนทั้งที่เป็นคนขยันทำมาหากิน

บางคนเกิดมาหน้าตาดีทั้งที่นิสัยไม่ดี

บางคนเกิดมาหน้าตาไม่ดีทั้งที่นิสัยดี

บางคนพบเจอแต่เรื่องดีดีทั้งที่ก็ไม่ได้ทำดีสักเท่าไหร่

บางคนพบเจอแต่เรื่องซวย ๆ ทั้งที่เป็นคนดีมีศีลธรรม

บางคนก็มีโอกาสได้เรียนสูง ๆ 

บางคนก็ไม่มีโอกาสที่ว่านั้น


 

แม้ว่าวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นศาสตร์แห่งความเป็นเหตุและผลจะเจริญไปอย่างไม่หยุดยั้ง

แต่หลาย ๆ คนก็ยกความไม่ยุติธรรมเหล่านั้นว่าเป็นเรื่องของ"ความน่าจะเป็น"

หรือที่เรียกกันจนติดปากว่า "ความซวย" กับ "ความเฮง"

 

ขอบคุณภาพประกอบจาก http://203.155.2.186/pj/L_lotus/images/four_lotus%20copy.jpg

 

เหมือนกับว่า เด็กยุคใหม่ที่เรียนวิทยาศาสตร์จำนวนมาก

เห็นว่าเรื่องของ ผลแห่งการกระทำเป็นเรื่องไร้สาระ

(ทั้งในภพชาติอดีตและปัจจุบัน) 

เด็กยุคใหม่หลายคนเห็นว่าเกิดมาครั้งเดียวตายครั้งเดียวแล้วจบเลย จึงต้องเสพสุขให้มันคุ้ม !

(ซึ่งก็หมายความว่าทุกคนสามารถ"นิพพาน"โดยอัตโนมัติเมื่อหมดลมหายใจ)

 

ความจริงแล้ว

ผมคิดว่าคนที่เห็นว่าเกิดครั้งเดียวตายครั้งเดียวนั้น ที่จริงเขาไม่ได้เชื่ออย่างนั้นหรอก

หากแต่ว่าเขามีความเชื่อที่ว่า

อาหารอร่อย ๆ บ้านหลังโต ๆ เสื้อผ้าสวย เครื่องประดับหรู

สามีหล่อ ๆ ภรรยาสวย ๆ กิ๊กเยอะ ๆ ชื่อเสียง เงินทอง

คือความสุข คือความหมายของชีวิตต่างหาก

 

หากถามผมว่า ในมุมมองของวิทยาศาสตร์

ควรมองอย่างไรกับกฏแห่งกรรมและการเวียนไหว้ตายเกิด

การที่ไม่เคยพิสูจน์แล้วเชื่อว่ามีจริง ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูก

และการที่ไม่เคยพิสูจน์แล้วไม่เชื่อว่ามีจริง  ก็ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูก

 

เมื่อพิจารณาคำสอนของพระพุทธเจ้าแล้ว

การที่เรานำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นสมมุติฐานก็ดูน่าสนใจไม่น้อย

เพราะเป็นสมมุติฐาน ที่มี "ความน่าจะเป็นไปได้"

หนทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้นั้น

พระพุทธเจ้าทรงชี้ทางไว้แล้วนั่นคือ หนทางแห่ง "มหาสติปัฏฐาน 4" นั่นเอง

 

หากทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับเรานั้น

ทั้งสุขและทุกข์ ทั้งความโชคดีและความซวย

ล้วนเป็นผลมาจากการกระทำของเรา

ผมคงจะต้องอุทานว่า "โอ้ว...โลกนี้มันช่างยุติธรรม"

 

ขอบคุณรูปประกอบจาก http://www.tumcivil.com/store/newspic/04277.jpg

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมว่าคนเรากำหนดเหตุและปัจจัยของตัวเราเองได้นะครับ

เพราะฉะนั้นโลกนี้(สำหรับผมนะ)ยุติธรรมแล้วสำหรับทุกคน

แม้ว่าจะทุกข์บ้าง สุขบ้าง แต่นั่นก็เพราะว่า

ครั้งหนึ่งเราก็เคยทำดีมาบ้าง และทำชั่วมาบ้างเช่นกันHot!

#1 By Clepsydra:: on 2009-06-20 22:57

คิดว่าคนเราน่าจะกำหนดสิ่งต่างๆได้จากตัวเราเองนะ
เพราะว่าสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นก็มักจะเกิดจากผลของการกระทำของเราเอง

#2 By ~memay~ on 2009-06-21 00:17

ผมยังคงเชื่อว่าอะไรหลายๆอย่างในชีิวิต
"มันบังเอิญ" ฮ่าๆ

พอดีคิดแบบคนคิดสั้น ว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด
เคยวางแผนชีวิตไว้ แล้วมันมีจุดพลิกผัน พลาด
เลยเปลี่ยนทัศนคติใหม่ รับกบทุกอย่างที่จะเกิด

เรื่องผลของการกระทำผมก็ยังเชื่ออยู่
แต่เรื่องแบบที่ไม่น่าจะเกิดเพราะการกระทำของตัวเอง
เพียบเลยครับ ฮ่้าๆ

#3 By @nudyed on 2009-06-21 00:22

ส่วนตัวเชื่อว่าโลกนี้ยุติธรรมอะ
โดยเฉพาะกฎแห่งกรรม

สิ่งที่เราได้รับ คือ ทุกอย่างที่เราทำมา
ฉะนั้น หากต้องการสิ่งดี ๆ ในภายภาคหน้า
ต้องเริ่มทำตั้งแต่วันนี้
มันก็เป็นการกำหนดอนาคตให้กับตัวเองกลาย ๆ นั่นล่ะน้า~

cry

#4 By ไทดี้ on 2009-06-21 06:48

พิสูจน์เรื่องธรรม มีทางเดียวคือ ทำ ครับ Hot!
Hot! อย่างน้อยที่สุดต้องมีผลทางใจครับ

#6 By on 2009-06-21 19:37

อยากจะมีแฟนเยอะๆ เหมือนกัน แต่คิดอีกทีมีคนเดียวที่รักกันไปตลอดดีกว่าเนาะ

#7 By Linda on 2009-06-21 21:12

ไม่รู้ว่าโบโบ้เคยอ่านหนังสือเรื่อง "เกิดเพราะกรรมหรือความซวย" ของทันตแพทย์สม สุจีรา หรือเปล่านะคะ
แต่คิดว่าหนังสือเล่มนี้น่าจะอธิบายเกี่ยวกับความน่าจะเป็นและเรื่องกฎแห่งกรรมได้ดีเลย

เอาบางส่วนจากหนังสือมาให้ลองพิจารณาดูค่ะ
"สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นในโลกหาใช่เกิดเพราะกฎแห่งกรรมเท่านั้นไม่..."
"...กฎของธรรมชาติไม่ได้มีเพียงกฎแห่งกรรม พระพุทธองค์ตรัสว่า กฎแห่งกรรมเป็นเพียงหนึ่งในห้าของกฎทางธรรมชาติ..."
"...ความน่าจะเป็นหรือความบังเอิญที่เกิดขึ้นในชีวิตเราไม่ใช่ผลจากกรรมเก่า แต่จะเป็นตัวกระตุ้นให้เราสร้างกรรมใหม่ขึ้นมาได้..."
ฯลฯ
double wink Hot!

#8 By Aoy+ on 2009-06-22 22:12