สวัสดีคร้าบ เพื่อน ๆ ชาวเอ็กซ์ทีน

ช่วงนี้โบโบ้เรียนหนัก มีเวลาน้อยนิด แต่ก็ยังไม่อาจตัดใจจากเอ็กซ์ทีนได้

ตอนนี้ผมมีบทความชุดใหม่แล้วนะครับ ติดตามได้ที่นี่เลยครับบบ

คิดถึงทุกคนจ้า.......

 

 

 

 

 

"ตูรู" "ตูเกง" และ "ตูเซียน"

ได้ฝึกวิชาแห่งผู้กล้ากับอาจารย์ปู่ใน "กุศะละนคร" มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว


 

วันหนึ่งก่อนที่จะเริ่มฝึกวิชา

อาจารย์ปู่ก็ Lecture เล่าเรื่อง ๆ หนึ่งให้ทั้งสามฟังกัน

 

 

==================================================

กาลครั้งหนึ่ง จะว่าช้าก็ไม่ช้า จะว่าเร็วก็ไม่เร็ว จะว่าไม่ช้าไม่เร็วก็ไม่ใช่

ณ ที่แห่งหนึ่งซึ่ง จะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะว่าไม่ใกล้ไม่ไกลก็ไม่ใช่

มีผู้กำกับหนุ่มคนหนึ่ง กำลังถ่ายทำละครเรื่องหนึ่งอยู่

 

      "เอ้า...นักแสดงทุกคนครับ

       วันนี้เราจะมาถ่ายทำฉากที่ Classic ที่สุดของละครเรากันนะครับ

       นั่นก็คือฉากที่ -นางอิจฉาตบนางเอกนั่นเอง "

 

ฉากนี้ Classic จริง ๆ เนื่องจากเรียก rating ได้ดีมั่กมาก !

 

พอเริ่มแสดงได้สักพักหนึ่ง ตอนกำลังไคลแมกซ์เลย

 

     "นี่นังแจ๋ว...หล่อนน่ะ ไม่ต้องมาทำตัวอ่อนช้อย เรียบร้อยอ่อนหวานหรอกนะยะ

      ชั้นรู้ทันมารยา 108 เล่มเกวียนของหล่อนย่ะ"

 

      ขณะที่นางเอกของเรื่องกำลังจะถูกตบตามชะตาที่ผู้กำกับลิขิตนั้น....ไอ้ย๋า

      ผู้กำกับหนุ่มก็กระโดดมาขวาง มือซ้ายโอบไหล่นางเอก มือขวาตบหน้านางอิจฉาเบา ๆ  สุภาพบุรุษมาก ๆ

 

      "ผู้กำกับคะ ตบหน้าเดี้ยนทำไมคะ ? "

 

     " เอ่อ...มันอินอ่ะ ก็แหม ผมสงสารนางเอกนี่นา ...แหะ ๆ "

 

     "นี่มันครั้งที่สามแล้วนะคะ 

     ครั้งแรกตอนถ่ายฉากที่พระเอกโดนรุม

     ผู้กำกับก็อินจัด กระโดดไปช่วยพระเอกต่อยผู้ร้ายจนสตั้นแมนตาเขียวกันหมด

     ต่อมาตอนฉากเลิฟซีน  พระเอกกับนางเอกกำลังเข้าได้เข้าเข็มกัน

      ผู้กำกับก็อินจัด บอกว่าคิดถึงภรรเมียที่บ้าน เลิกถ่ายไปซะดื้อ ๆ

     เดี้ยนเซ็งมาก ปวดตับจนกระเพาะปัสสาวะเดี๊ยนจะอักเสบแล้วนะคะ ! "

 

      จนแล้วจนรอด ละครก็ถ่ายไม่จบ สปอนเซอร์ก็ลาจาก เจ๊งไปตาม ๆ กันดังนี้แล...

 

===================================================

 พออาจารย์ปู่เ่ล่าจบ

ลูกศิษย์ทั้งสามก็หัวเราะในความบ๊องของผุ้กำกับบ๊อง ๆ คนนี้

อาจารย์ปู่เห็นดังนี้ ท่านก็ยิ้มอย่างมีเมตตา

 

 

ตีความแบบสติปัฎฐาน 4

 

ในจำนวนคน 1000 คน จะมีสักคนไหมที่มีสิทธิได้กำกับชีวิตตัวเองนะ

ชีวิตของคนเรานั้น ถูกอะไรก็ไม่รู้คอยกำกับ และคอยควบคุมอยู่ 

 

เวลาเราอยู่กับคนโกรธ คนขี้โมโห เราก็มักจะโกรธ มักจะโมโหไปด้วย

เวลาเราอยู่กับคนขี้ว่า ขี้ติ   เวลาเขามาว่าเรามา  เราก็มักจะว่า มักจะด่าเขากลับไป

เวลาเราอยู่กับคนขี้นินทาว่าร้าย  เราก็มักจะเผลอเข้าไปร่วมนินทาว่าร้ายกับเขาด้วย

เวลาเราอยู่กับคนที่ทะเลาะกัน คนที่ไม่ถูกกัน  เราก็มักจะเผลอไปร่วมวงทะเลาะกับเขาด้วย

เวลาเราอยู่กับคนโลภ คนที่อยากมีเสื้อผ้า เครื่องประดับแบรนด์เนม  อยากมีรถหรู ๆ บ้านหลังโต ๆ

เราก็มักจะอยากมี อยากได้ อยากเป็นไปกับเขาด้วย

 

จิตใจของเราช่างไร้เดียงสา...

เมื่อมีฝุ่น มีควันสกปรกลอยมากระทบใจเรา

ใจเราก็พลอยสกปรก พลอยมัวหมองไปด้วย

 

หนึ่งในฐานของสติ ในการฝึกสติปัฏฐาน 4 นั่น

คือ " ธรรมานุปัสสนา "

ซึี่งเป็นการนำ "สติ" ไปตั้งไว้ที่ ประสาทสัมผัสทั้ง 6

ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ

เพื่อคอยรักษาจิตใจให้สะอาดจากฝุ่นควันทั้งหลายที่ลอยมากับ

สิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน สิ่งที่ได้กลิ่น สิ่งที่ลิ้มรส สิ่งที่สัมผัสกาย สิ่งที่สัมผัสใจ

 

เมื่อนานมาแล้วมีผู้ปฏิบัติธรรมท่านหนึ่ง

ได้บำเพ็ญเพียรมาหลายภพหลายชาติ

แต่ก็ยังไม่บรรลุธรรมสักที

 

วันหนึ่งท่านผู้นี้ ได้พบพระพุทธเจ้า ขณะที่พระองค์กำลังบิณฑบาตอยู่

และขอให้พระองค์แสดงธรรมให้ฟัง

 

"ดูก่อน พาหิยะ อาตมากำลังบิณฑบาตอยู่ รอกลับไปที่วัดก่อน จึงจะแสดงธรรมให้"

พาหิยะบอกว่า

"นิมนต์เดี๋ยวนี้พระเจ้าข้า เพราะชีวิตไม่แน่ กลัวจะไม่ได้ฟังธรรมจากพระองค์"

 

พระพุทธองค์ทรงตรัสห้ามถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไม่สำเร็จ

ในที่สุดพระองค์ก็ตรัสว่า

 

" ดูก่อน พาหิยะ ขอให้ตั้งใจฟังนะ

เห็นอะไร...ก็กำหนดว่า...สักแต่ว่าเห็น

ได้ยินอะไร ...ก็กำหนดว่า.. สักแต่ว่าได้ยิน

ได้กลิ่นอะไร...ก็กำหนดว่า..สักแต่ว่าได้กลิ่น

ได้ลิ้มรสอะไร...ก็กำหนดว่า..สักแต่ว่าได้ลิ้มรส

ได้สัมผัสอะไร...ก็กำหนดว่า..สักแต่ว่าได้สัมผัส

รู้อะไร...ก็กำหนดว่า..สักแต่ว่ารู้ "

 

เมื่อได้ฟังดังนั้น พระพาหิยะ ก็เกิดปัญญา บรรลุอรหัตถผล

 

ธรรมอันลึกซึ้งจากอาจารย์ปู่นั้น

ไม่รู้ว่า ตูรู ตูเกง ตูเซียนจะเข้าใจหรือเปล่านะ

คอยเอาใจช่วยผู้กล้าตัวน้อยได้ในตอนต่อไปจ้า....

 

 

 

 

 

 

Comment

Comment:

Tweet

จิตใจของเราช่างไร้เดียงสา...
เตือนใจได้มากเลยครับ...
ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆครับHot!

#20 By araignee on 2009-06-15 17:12

แหม เป็นธรรมมะเพลินๆ ดีจัง

#19 By hungryangry on 2009-06-01 21:18

หากนำบุคคลที่อินละครบางคนในยุคปัจจุบันไปกำกับ อาจได้ผลลัพธ์เหมือนเรื่องของอาจารย์ปู่ได้open-mounthed smile
big smile open-mounthed smile confused smile

#17 By Moo Duck Dick on 2009-06-01 13:00

ชอบเป้นนิทานนะ เข้าใจง่ายดี open-mounthed smile

#16 By Dragonball Fever on 2009-05-31 22:49

แล้วจะรอติดตามตอนต่อไปนะคะbig smile

#15 By ~memay~ on 2009-05-31 19:21

ธรมมะจิงๆค่ะ

#14 By Galkissing on 2009-05-31 11:36

ดีใจจังเลย ที่มีคนชอบนิทานของผม ^.^
ขอบคุณที่ติดตามชมนะครับ surprised smile
Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

ชอบๆ confused smile
Hot!
ชอบชื่อจัง
ตูรู ตูเกง ฮาๆๆ

#11 By namnampai on 2009-05-31 00:14

Theme ใหม่น่ารักอ่ะHot!

#10 By ~meaw meaw~ on 2009-05-30 23:26

big smile big smile big smile Hot!

#9 By Shuu Exteen on 2009-05-30 21:20

โลโก้น่ารัก ทำให้ลูกเป็ดด้วยนะ
อยากได้ๆๆๆ กิเลสครอบงำ เหอะๆ

#8 By ลูกเป็ด on 2009-05-30 20:12

Hot! ชอบนะ

#7 By hooman on 2009-05-30 19:11

สู้ๆ ด้วยหลักธรรม

#6 By Arcobaleno on 2009-05-30 18:14

Hot!

#5 By mahaoath on 2009-05-30 14:40

Hot! ส่งไป big smile

#4 By cartoonst on 2009-05-30 14:06

Hot!

เรียนไปพร้อมๆกัน
big smile

ตอนแรกขำๆกับเรื่องผู้กำกับ พอเลื่อนลงมาอ่านเรื่องสติปัฏฐานแล้วถึงเข้าใจ
sad smile

#3 By HeDw!g on 2009-05-30 12:55

ผมคงต้องไปเรียนพร้อมกับไอ้ตูเกง sad smile
Hot!

#2 By Charlie on 2009-05-30 12:14

Hot!

ฮาผู้กำกับจริงๆ แต่มาอ่านเรื่องสติปัฎฐาน4ก็ชักน่าคิด เราหลายๆคนก็เป็นแบบผู้กำกับคนนั้นจริงๆ