ความเฉลย...นิทานแมลงหวี่
posted on 23 Apr 2009 14:08 by bobotravel
สวัสดีครับ
วันนี้โบโบ้ตั้งใจอ่านหนังสือมาสองชั่วโมงแล้ว
รู้สึกได้ถึงความอยากเล่น exteen มีมากขึ้นเหลือเกิน
ในที่สุดก็ต้องถอยจากหนังสือมาเล่น exteen ซักชั่วโมงก่อนละกัน ฮิฮิ
เมื่อวานแอบแต่งนิทานที่สามารถตีความได้ไม่จำกัด
ขึ้นอยู่กับคนอ่านนั่นเอง
วันนี้ โบโบ้ขอมาเฉลยนิทานแบบ "ตื้น ๆ "นะครับ
ในรูปแบบของสติปัฏฐานสี่ เท่าที่โบโบ้เข้าใจละกันนะจ๊ะ
(เผื่อว่าจะมีใครอยากไปปฏิบัติบ้าง เราก็จะได้บุญด้วย เย้ ^.^ )
ปล.วันนี้มาอ่านนิทานที่ตัวเองเีขียนไว้ พบว่ามีข้อผิดพลาดอยู่บ้าง
จึงขอแก้ไขด้วยตัวหนังสือสีน้ำเงินขีดเส้นใต้ครับ
ขออภัยด้วยคร้าบบบ
-------นิทานเรื่องแมลงหวี่-------
กาลครั้งหนึ่ง จะว่าช้าก็ไม่ช้า จะว่าเร็วก็ไม่เร็ว จะว่าไม่ช้าไม่เร็วก็ไม่ใช่
ณ ที่แห่งหนึ่งซึ่ง จะว่าใกล้ก็ไม่ใกล้ จะว่าไกลก็ไม่ไกล จะว่าไม่ใกล้ไม่ไกลก็ไม่ใช่
มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งพาลูกศิษย์ของท่านไปเดินทัศนศึกษา
ลูกศิษย์คนหนึ่ง ผู้ซึ่งคิดว่าตัวเองแกร่งกล้าวิชากว่าเพื่อน ๆ ของเขาทุกคน
เหลือบไปเห็นแมลงหวี่ที่กำลังตอมขี้วัวอยู่
เขาก็ลองวิชา สื่อสารกับแมลงหวี่นั้น
"เฮ้ เจ้าแมลงหวี่ ขี้นั่นมันเหม็นนะ สกปรกด้วย
เ้จ้าจะไปตอมมันทำไมเล่า ? "
" เฮอะ ๆ เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าไม่เคยชิมขี้วัว เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยแค่ไหน"
"เฮ้ แล้วเจ้าไม่คิดจะไปลองชิมรสชาดของน้ำหวานจากดอกไม้เหมือนผีเสื้อแสนสวยบ้างหรือ"
"เฮอะ ๆ เจ้าหนุ่มน้อย ข้านั้นพอใจในรสชาดอันกลมกล่อมและกลิ่นอันยั่วยวนของขี้วัวนี้อยู่แล้ว
ข้าไม่ยอมทิ้งขี้วัวอันแสนวิเศษไปหาสิ่งอื่นหรอก"
"เฮ้ ๆ เพื่อนข้าทั้งหลาย มาดูเจ้าแมลงหวี่ที่แสนโง่เขลานี่สิ
มันพอใจในรสชาดของขี้วัว เหมือนที่อาจารย์เคยสอนว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัวอย่างไรเล่า"
บรรดาลูกศิษย์ต่างพากันหัวเราะเยาะ ชอบใจในความเขลาของแมลงหวี่
เมื่่อนักปราชญ์ได้ยินบรรดาลูกศิษย์คุยกัน
ท่านก็ยิ้มอย่างมีเมตตาและเล่านิทานเรื่อง อมยิ้มให้ลูกศิษย์ฟัง
----------------------------------------------------------------------------------------------------
ตีความหมายนิทานแบบสติปัฏฐานสี่ เท่าที่ปัญญาโบโบ้จะมีอยู่ครับ
----------------------------------------------------------------------------------------------------
ก่อนผมไปฝึกนั้น
ผมรู้ว่าผมเป็นคนชอบขี้วิตกกังวล ฟุ้งซ่านอยู่แทบตลอดเวลา
คิดโน่นคิดนี่ ไม่ได้หยุด
บางทีก็คิดจนปวดหัว อยากหยุดก็หยุดไม่ได้
เฉกเช่นเดียวกับแมลงหวี่
แม้จะรู้ตัวว่าสิ่งที่ตัวเองชอบตอมนั้นเป็น"ขี้"
แต่ก็เลิกตอมไม่ได้เสียที
การฝึกสติปัฎฐานสี่
เป็นการฝึกสติให้ไวพอที่จะรู้ตัวเร็วที่สุดว่า "ขี้"ในหัวเราเกิดขึ้นตอนไหน
เมื่อรู้ก็พึงกำหนดว่า "รู้หนอ" ๆ ๆ
(กำหนดตามอาการขี้ที่เกิดขึ้น เช่น ขี้วิตกคิดมากก็กำหนดว่า "คิดหนอ" ๆ ๆ
รู้ว่าโกรธ ก็กำหนดว่า " โกรธหนอ" ๆ เป็นต้น
เมื่อสติเราเข้มแข็งขึ้น การกำหนดว่า "คิดหนอ" หรือ "โกรธหนอ" เีพียง 2-3 ครั้ง
ความรู้สึก "ขี้โกรธ" "ขี้ฟุ้งซ่าน" ก็หายไป
การฝึกสติปัฏฐาน
จึงเหมือนหนทางการ "สลัดขี้" ทิ้งนั่นเอง...
หากลองอ่านนิทานเรื่อง แมลงหวีนี้
จะมี "นิทาน ใน นิทานอยู่อย่างน้อยอีกเรื่องหนึ่ง"
คือเรื่องเด็ก ๆ ที่หัวเราะเยาะแมลงหวี่
การที่เห็นคนที่จมปลักกับขี้แล้ว ไปตอกย้ำ
นั่นก็เหมือนกับการที่เรามี "ขี้อีกประเภทหนึ่ง" โผล่ขึ้นมา
คือ "ขี้หลงตัวเอง"
คือ หลงคิดว่าตัวเองเก่ง คิดว่าเหนือกว่าคนอื่น
ที่จริงแล้ว ตัวเราก็จมปลักอยู่กับขี้เหมือนกัน
แถมยังไม่รู้ตัวอีกด้วย
การฝึกสติปัฎฐานสี่
ก็คล้าย ๆ กับการไปหาหมอตรวจร่างกายนั่นล่ะครับ
เพื่อหาว่ามีโรคใดแฝงอยู่หรือไม่ จะได้รีบรักษาได้ทันท่วงที
ปัญหาคือคนเรามักละเลยไม่ยอมไปตรวจสุขภาพ"จิต" ตัวเอง
ก็เลยไม่รู้ว่า มี "ขี้" อะไรอยู่ในตัวเอง
ในที่สุด ขี้ที่มี ก็เหม็นเน่า กลิ่นโชยไปทั่ว....
ความจริงยังมี นิทานซ้อนนิทานอีกหลายเรื่องอย่างไม่สิ้นสุด
ในเรื่องแมลงหวี่ ที่เกี่ยวกับ สติปัฏฐานสี่
ขออย่าสงสัยเลยจ้า
เพราะการสงสัย ก็เป็น "ขี้ชนิดหนึ่ง"
คือ "ขี้สงสัย" นั่นเอง
จะรู้ได้ ต้องไม่คิดจ้า
หากใครเริ่มเอะใจว่ามีขี้ในจิตใจ
ไม่ว่าจะเป็น ขี้โกรธ ขี้กลัว ขี้วิตกกังวัล ขี้คิดมาก ขี้หึง ขี้หวง
ขี้อิจฉา ขี้เกียจ ขี้ง่วง ขี้สงสัย ขี้หมกมุ่น
หากสนใจจะสลัดขี้ออกกันเมื่อไหร่
โบโบ้ก็อนุโมทนาสาธุด้วยครับ
รักทุกคนนะครับ
(แต่ไม่จุ๊บ ๆ หรอก แบร่ ๆๆๆๆ)
ขอบคุณรูปประกอบจาก
http://www.chakkyhut-labradors.com/forum/uploads/nupat/
2008-06-23_165747_%E0%B9%81%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%881.jpg
ปล. ช่วงนี้อาจจะตอบคอมเม้นต์น้อยหน่อยนะคร้าบ
ขอโทษจริง ๆ
พอดีช่วงนี้ต้องอ่านหนังสืออ่ะ เล่นเน็ตนานไม่ได้ เดี๋ยว "ขี้เกียจ"
ฮิฮิ




เด็กชาย A ผู้ได้ไปกินอาหารบนฟ้า
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว
น้องหมาน่ารัก *-*
#1 By Aelita~[-X-]~ on 2009-04-23 14:54