แมลงหวี่ กับ อมยิ้ม

posted on 22 Apr 2009 17:13 by bobotravel  in Magazine

 

กลับมาจากการไปนั่งเจริญสติปัฐฐาน 4 มาแล้วคร้าบผม

ตอนนั่งกรรมฐานผมแผ่เมตตาให้ทุกชีวิตบนโลกใบนี้ด้วย รู้สึกดีมาก ๆ เลยครับ

ผมมีนิทานเรื่องแมลงหวี่มาฝากเพื่อน ๆ ด้วยครับ

 

*นิทานเรื่องนี้เกิดจากการนำเรื่องที่โบโบ้เคยได้ยินมาบ้าง

แต่งเติมเข้าไปบ้าง นำเรื่องจริงมาปนบ้าง

ขออย่าคิดมากเลยครับ

เพราะถ้าคิดจะไม่รู้ 

และจะรู้ถ้าไม่คิด...

 

 

-------นิทานเรื่องแมลงหวี่-------

 

 
ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/176/176/images/unchi/dekai_unchi_shop.jpg

 

 

กาลครั้งหนึ่ง ไม่ช้า ไม่เร็ว ไม่ใกล้ ไม่ไกลมานี้

มีนักปราชญ์ผู้หนึ่งพาลูกศิษย์ของท่านไปเดินทัศนศึกษา

ลูกศิษย์คนหนึ่ง ผู้ซึ่งคิดว่าตัวเองแกร่งกล้าวิชากว่าเพื่อน ๆ ของเขาทุกคน

เหลือบไปเห็นแมลงหวี่ที่กำลังตอมขี้วัวอยู่

เขาก็ลองวิชา สื่อสารกับแมลงหวี่นั้น

 

"เฮ้ เจ้าแมลงหวี่ ขี้นั่นมันเหม็นนะ สกปรกด้วย

เ้จ้าจะไปตอมมันทำไมเล่า ? "

 

" เฮอะ ๆ เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าไม่เคยชิมขี้วัว เจ้าไม่รู้หรอกว่ามันอร่อยแค่ไหน"

 

"เฮ้ แล้วเจ้าไม่คิดจะไปลองชิมรสชาดของน้ำหวานจากดอกไม้เหมือนผีเสื้อแสนสวยบ้างหรือ"

 

"เฮอะ ๆ เจ้าหนุ่มน้อย ข้านั้นพอใจในรสชาดอันกลมกล่อมและกลิ่นอันยั่วยวนของขี้วัวนี้อยู่แล้ว

ข้าไม่ยอมทิ้งขี้วัวอันแสนวิเศษไปหาสิ่งอื่นหรอก"

 

"เฮ้ ๆ เพื่อนข้าทั้งหลาย มาดูเจ้าแมลงหวี่ที่แสนโง่เขลานี่สิ

มันพอใจในรสชาดของขี้วัว เหมือนที่อาจารย์เคยสอนว่า เห็นกงจักรเป็นดอกบัวอย่างไรเล่า"

 

บรรดาลูกศิษย์ต่างพากันหัวเราะเยาะ ชอบใจในความเขลาของแมลงหวี่

เมื่่อนักปราชญ์ได้ยินบรรดาลูกศิษย์คุยกัน

ท่านก็ยิ้มอย่างมีเมตตาและเล่านิทานเรื่อง อมยิ้มให้ลูกศิษย์ฟัง

 

 

-------นิทานเรื่องอมยิ้ม--------

ขอบคุณรูปประกอบจาก  http://images.diaryis.com/d/dijaunkub/20070628.lolipop.gif

 

กาลครั้งหนึ่ง ไม่ช้า ไม่เร็ว ไม่ใกล้ ไม่ไกลมานี้

 

มีเด็กป. 1 คนหนึ่งได้ชิมรสชาดของอมยิ้มจุ๊บเป้อจุ๊บ ก็เกิดความพึงพอใจไม่ยอมทานสิ่งใดอีกเลย

เด็กคนนี้เพลิดเพลินกับการทานอมยิ้มเป็นอย่างมาก

 

เด็กป.2 คนหนึ่งเห็นเด็กป.1 กินอมยิ้มอย่างเพลิดเพลินก็หัวเราะเยาะ

เจ้าเด็กนี่มันเขลานัก มันไม่ยอมทิ้งอมยิ้ม จึงไม่มีทางได้รับรู้รสชาดแสนอร่อยของขนมเค้กต้นกก

 

เด็ก ป.3 คนหนึ่งเห็นเด็ก ป.2 กินแต่ขนมเค้ก ก็หัวเราะเยาะชอบใจ

เจ้าเด็กนี่มันเขลานัก มันไม่ยอมทิ้งอมยิ้ม จึงไม่มีทางได้รับรู้รสชาดแสนอร่อยของราเม็ง

 

เด็กที่เรียนชั้นสูงสุดของโรงเรียนนี้ เห็นเด็ก ๆ น้อง ๆ ของเขาหัวเราะเยาะเด็กที่ต่ำกว่า

ก็เรียกน้อง ๆ มาตักเตือน

"เจ้ามัวแต่หัวเราะกันไปกันมา จึงหารู้ความจริงไม่"

 

"ความจริงนั้นคือ พวกเจ้ายังไม่เคยลิ้มรสของอาหารอิตตาเลียนแบบต้นตำรับ เจ้าจึงยังเขลาอยู่"

 

บังเอิญนักปราชญ์คนหนึ่งเดินผ่านมาได้ยินเด็ก ๆ คุยกันเข้า

นักปราชญ์ก็ยิ้มอย่างมีเมตตา

และก็เล่านิทานเรื่องแมลงหวี่ให้เด็ก ๆ ฟัง ....

 

 

 

 ปล. อะแฮ่ม ถ้างงสงสัย โบโบ้จะบอกใบ้ให้ครับ

 

ยิ่งละ ยิ่งได้

และที่สุดแห่งการได้ คือ ความว่างเปล่า

 

 ใบ้ให้อีกข้อหนึ่งครับ

 

เพราะถ้าคิดจะไม่รู้ 

(หรือถ้าคิด จะรู้เท่าที่คิดแค่นั้นเอง)

และจะรู้ถ้าไม่คิด...

 

 


 

 

  ฮิฮิ ตั้งปริศนาธรรมเชิญชวนวัยรุ่นวัยทำงาน-คนยุคใหม่ ไปปฎิบัติธรรม

เจริญสติปัญญาด้วย สติปัฏฐาน 4 กัีนครับ

 

สิ่งที่ได้จากการเจริญสตินั้น

เป็นการรู้เห็นแจ้งได้เฉพาะบุคคล

หากใครนำสิ่งที่รู้เห็นแจ้งมาปฏิบัติตลอดเวลา

เขาผู้นั้นจะเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน

เป็นที่รักใคร่ของบุคคลที่ได้อยู่ใกล้

 มิตรที่เคยมีอยู่ก็จะมีมากยิ่งขึ้นอีก

ศัตรูที่เคยมีก็จะหายไป กลายมาเป็นมิตรที่ดีแทน

เจริญก้าวหน้า  ทั้งในทางโลกและทางธรรม

 

 

ขอให้เจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรมกันถ้วนหน้าครับ

สวัสดีครับ

 

 

 ปล.มีป้ายธรรมะที่แขวนที่ต้นไม้อย่างหนึ่ง

โบโบ้ซึ้งมากเลยครับ

เขาเขียนไว้ประมาณว่า

เห็นมารในตัวเอง คือบัณทิต

เห็นชั่วในตัวคนอื่น คือจริตของคนพาล




มาปฏิบัติธรรมกันเยอะ ๆ นะครับ ^.^

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

อุนจินี้ในเรื่อง Dr.Slum อะป่้าว

#1 By โดโด้* on 2009-04-22 18:20

อืม นิทานน่ารักดี อ่านแล้วก้อ งงๆ แต่ก้อพอเข้าใจค่ะbig smile

#2 By miiself on 2009-04-22 18:21

อืม ดูคล้าย ๆ นะครับ
แต่ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน
ไปก๊อบเขามา ฮิฮิ cry
พยายามคิดตามนิทาน เหมือนจะคิดออก แต่ก็คิดไม่ออกค่ะ
คงต้องไม่คิดเนอะsad smile

#4 By ต้า on 2009-04-22 18:39

ธรรมจะมีภาษาของตัวเอง อ่านแล้วรู้ว่าเป็นเรื่องธรรม
ต้องมองมารในตัวเองแล้วจัดการมันซะ big smile

#5 By เจน on 2009-04-22 18:50

-_-' ไม่เคยกินเหมือนกันแฮะ
แต่ก็คงไม่ลอง ;P
คุณโบโบ้ธัมมะธัมโมนะเนี่ย

เข้าใจลึกซึ้งดี

ที่สุดก็คือความว่างเปล่า Hot!
ไม่คิด ไม่คิด ไม่คิด อืมๆ open-mounthed smile

#9 By นักรบ on 2009-04-22 20:06

Hot! อนุโมทนาสาธุครับ

#10 By mahaoath on 2009-04-22 20:09

อยู่บ้านจักควรนั่งเจริญวิปัสสนาธรรมฐานให้แก่ตนเอง

เจริญกาย เวทนา จิต ธรรม ตั้งพิจารณาโดยปัญญา ตลอดการยืน นั่ง นอน เดิน จะคู้เขียดเหยียดขาทุกประการก็มีสติครบ

รับรองเลยว่าปิดประตูอบายภูมิได้เลย

อำนาจกิเลสทั้งหลายล้วนเราเป็นที่กำหนดขึ้นเอง
เจริญในธรรมจ๊ะbig smile
สาธุครับ big smile ขันน้ำ ขันน้ำ ดอกมะลิ

#12 By K r a i on 2009-04-22 20:57

โอโฮ ธรรมมะกันมาทั้งคู่เลยนะ
งั้นส่งเสริมให้ขึ้น hot ทั้งคู่เลย
ได้ข้อคิดดีเหมือนกัน Hot! Hot! Hot! Hot!
ถึงจะอ่านกลับไปกลับมาแล้ว งง งง ก็เถอะ
แต่โบโบ้เขียนเรื่องได้สนุกดีนะครับ ผมชอบอ่าน

#13 By hungryangry on 2009-04-22 21:59

อินกับนิทาน

#14 By Arcobaleno on 2009-04-22 22:23

มีแต่คำโดนๆ
ถ้าคิดจะไม่รู้
และจะรู้ถ้าไม่คิด

ร้องเป็นหนูเลย (จี๊ดดดด)
อิอิ

เห็นมารในตัวเองคือบัณฑิต
เห็นชั่วในตัวคนอื่น คือจริตของคนพาล
cry

#15 By Millhz on 2009-04-22 23:22

คล้ายๆนิทานเข็มทิศชีวิตนะครับ แต่ว่าแนวๆหน่อยเน้ อ cry
ถ้าคิดจะไม่รู้
และจะรู้ถ้าไม่คิด

คงคล้ายๆถ้าคิดเฉพาะในมุมแคบๆของตัวเอง ก็คงจะไม่รู้ความคิดในมุมอื่นๆ และคิดว่าตัวเองรู้แล้ว คงจะไม่ยอมคิดต่อและรู้แค่เท่าที่คิดมั้งครับ

คงคล้ายๆกับประโยคสุดท้าย

เห็นมารในตัวเอง คือบัณทิต

เห็นชั่วในตัวคนอื่น คือจริตของคนพาล

หวังว่าผมคงเข้าใจไม่ผิดนะครับquestion
ชอบประโยคสุดท้ายมากเลย
ส่วนมากจะดูความผิดคนอื่น
มักลืมตัวตัวเอง

#18 By nudee on 2009-04-23 14:03

อนุโมทนาสาธุ
กับการคิดดีดี ของทุกคนครับ

ดีใจ มีคนสนใจธรรมะด้วย ^.^ confused smile
อ๋อ ลืมบอกไปครับ

การปฎิบัติธรรมครั้งนี้
ทำให้ผมเริ่มตระหนักได้ว่า
ความรู้นั้น มีมากไม่มีที่สิ้นสุด


สิ่งที่ผมรู้ ที่เข้าใจนั้น
เป็นเพียงแค่ฝุ่นผงเท่านั้นเอง
big smile