ขี้-แบบ-คน-มี-กึ๋น

posted on 31 Mar 2009 14:53 by bobotravel in saveEarth

แหะ ๆ พักเบรก มาคั่นโครงการต้นกล้าแห่งปัญญาด้วย สาระบันเทิงที่โบโบ้เขียนมาฝากนะครับ ^.^

note : เพิ่งเติม tag april truth ลงไป เพราะหวังว่า entry นี้จะทำให้เมษา "เย็นขึ้น"

แต่น แต้น แต๊นนนนน

 

อ่านชื่อบทความแล้วคงจะรู้สึกงง ๆ และอยากรู้ล่ะสิว่าขี้แบบคนมีกึ๋นเป็นไงฟะ 555

บทความนี้จะเขียนในรูปแบบ "How to" ละกันเนอะ

==========================
How to Make the Smart Shit

ขี้แบบคนมีกึ๋น กึ๋น กึ๋นนนน
==========================

ก่อนอื่นต้องมาทำความรู้จักกันก่อนเนอะ ว่า "ขี้ที่มีกึ๋น" เป็นอย่างไรกัน ?

โบโบ้ขอให้นิยาม "ขี้ที่มีกึ๋น" (smart shit/smart feces) ไว้ดังนี้ละกัน

1.ขี้ที่อ่อนนุ่มละมุนละไม สามารถพริ้วผ่านรูก้น (anus) ออกมาชมโลกภายนอก

โดยไม่ทำให้แสบรูก้นแต่อย่างไร


2.ขณะที่ปลดปล่อย "ขี้ที่มีกึ๋น"ออกมานั้น ถ้าสูดอากาศเข้าเต็มปอด (maximum capacity)

จะไม่รู้สึกเหม็นแต่อย่างไร

 


การทดลอง

ตัวควบคุม คือ โบโบ้เอง

สมัยก่อนผมเป็นคนมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร

แม้จะกินตรงเวลา ขับถ่ายตรงเวลาก็ตาม

ปวดท้องโรคกระเพาะมานานหลายปี ลมในท้องเยอะ จุกแน่น ปวดหลัง

ขี้เหม็นและแข็งแสบตูด มีช่วงหนึ่งหนักมากถึงกับเป็นริดสีดวง (โอ้มายก๊อด)

(อย่าไปบอกใครนะ ผมอาย สัญญานะตัวเอง

ใครผิดสัญญา แช่งให้ขี้ไม่สุด ขี้หักใน ไปตลอดชีวิต ! แง่มมม !)


สมมุติฐาน


หากปรับพฤติกรรมการกินอาหาร เน้นไปที่ผักผลไม้

ทานอาหารจำพวกเนื้อนมไข่เท่าที่จำเป็น (ให้น้อยเข้าว่า)

ทานน้ำให้พอเหมาะ (วันละ 10 แก้ว)

งดน้ำระหว่างมื้ออาหาร งดอาหารเย็น ๆ ซึ่งไม่ดีต่อน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร


ผลการทดลอง

โอ้พระเจ้าจอร์จ มันยอดมาก ลองทำอยู่ไม่ถึงเดือน ผมก็เริ่มผลิตขี้ที่มีกึ๋นได้เป็นผลสำเร็จ !!!

 


สรุปหนทางสู่การเป็นคนที่ขี้แบบมีกึ๋น


1.การกินอาหารต้องกินเป็นเวล่ำเวลา

อาหารที่กินต้องประกอบด้วยผักนานาชนิดเป็นหลัก ตามฤดูกาล

โดยหมุนเวียนกันไปอย่าให้ซ้ำซากจำเจ

(อ่อ ล้างผักให้สะอาด ๆ ด้วยด่างทับทิม หรือโซเดียมไบคาร์บอเนตด้วยจะดีมาก ๆ)


ปล.ถ้าเปลี่ยนจากข้าวสวยมาเป็นข้าวกล้อง นี่จะได้กากใย+วิตามินเพิ่มอีกเยอะเลย ลองดูนะ ลองดู

(กากใยก็เหมือนไม้กวาด ที่คอยเช็ดล้างทำความสะอาดลำไส้ดีดีนี่เอง)



2.ผักนี่ ถ้าเป็นลวก ต้ม หรือนึ่งจะดีมาก

เนื่องจากไม่มีไขมัน แล้วยังรักษาวิตามินไว้ได้ด้วย

(ถ้าเป็นประเภทต้ม ก็อย่ากินน้ำเยอะนะ เดี๋ยวไปเจือจางน้ำย่อย)


3.อาหารพวกเนื้อ นม ไข่ ต้องเหลือให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

(ผมกินเนื้อสัตว์น้อยมาก ถ้าวันไหนอยากกินนมจะพยายามกินนมอุ่น-แต่ไม่กินเยอะ

แต่ทุกวันก็จะกินไข่สักฟองหนึ่ง-ผมยังวัยรุ่นอยู่ไข่วันละฟอง สบาย ๆ )



4.กินน้ำให้ถูกหลักการ คือระหว่างรับประทานอาหาร ก่อน-หลัง 40 นาที ไม่ควรเกินครึ่งแล้ว -

หากสงสัยก็ไปอ่านบทความ เวรกรรมจากการกินน้ำเย็นได้จ้า

และที่สำคัญ กินน้ำให้ถึง 10 แก้ว (สำหรับคนหนัก 60 กก.)

ถ้าไม่เช่นนั้น เวลาร่างกายขาดน้ำ มันจะไปดูดซึมน้ำจากลำไส้มากไป

ทำให้  "ขี้ที่มีกึ๋นของเรา" กลายเป็น "ขี้เฮงซวย" แห้ง แข็งและบาดตู๊ดได้




5.และจะดีมาก ๆ ถ้าสามารถทำสมาธิควบคุมจิตใจไม่ให้เครียดได้




ดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ได้วิเคราะห์สาเหตุที่ควรกินมังสาวิรัติไว้ว่า

"เหตุผลแรก...เรามาลองสังเกตดีดีจะเห็นว่า

สัตว์กินพืชทั้งหลาย เช่น ช้าง ม้า วัว ควาย จะมีลำไส้ที่ยาวกว่าร่างกายประมาณ 9 เท่า

ในขณะที่ลำไส้ของพวกสัตว์กินเนื้อ เช่น สิงโต สุนัข กลับมีความยาวแค่ 3 เท่า"

"ในขณะเดียวกัน ลำไส้ของมนุษย์ก็มีขนาดที่ยาวกว่าร่างกาย 9 เท่าเช่นเดียวกับสัตว์กินพืช

แต่ทำไม มนุษย์รับประทานเนื้อสัตว์กัน"



ถ้าเราลองเอาเนื้อสัตว์และผักมากอง ทิ้งไว้ 3 ชม.เนื้อก็เริ่มบูดแล้ว

แต่ผักไม่เป็นอะไร อยู่ได้ครึ่งวันสบาย ๆ

เพราะฉะนั้นเมื่อเราเริ่มรับประทานเนื้อสัตว์เข้าไป หากไม่รีบขับถ่ายออก

เนื้อสัตว์ก็จะบูดเน่าอยู่ในท้อง เกิดอาการวิงเวียน ไม่สบาย เกิดโรคสารพัด

เมื่อขับถ่ายก็ส่งกลิ่นเหม็น นอกจากนั้นก็จะมีกลิ่นตัวเหม็น ๆ ออกมาด้วย"

(ขอสนับสนุน เพราะสุนัขของผม กินประเดี๋ยวเดียว ไม่นานก็ขี้แล้ว ^.^)




"เหตุผลที่สอง...ลำไส้ทำหน้าที่ดูดสารอาหารต่าง ๆ

ตลอดเส้นทาง มนุษย์เรามีลำไส้ที่ยาวมาก การรับประทานเนื้อสัตว์

ก็จะส่งผลให้ลำไส้ดูดเอาแต่ของบูดเน่า ไม่เกิดประโยชน์

แต่สำหรับผัก ลำไส้สามารถดูดซึมวิตามิน แร่ธาตุได้

อีกอย่างฟันของเราก็ไม่ได้มีเขี้ยวเหมือนแมว สิงโต หรือสัตว์กินเนื้ออื่น ๆ

ฟันคนเราเรียบ และมีน้ำย่อยออกมาในปากเช่นเดียวกับสัตว์กินพืชทั้งหลาย

(อันนี้ก็ขอสนับสนุน เพราะผมเคยเอาฟันวัวมาทำวิจัย มันคล้ายฟันคนมากอ่ะ

แต่ไซส์ใหญ่กว่าคนเยอะ ส่วนฟันสุนัขของผมนี่มีแต่แหลม ๆ เต็มปากเลย )


(รูปบนเป็นของวัว รูปด้านล่างเป็นของคน)

http://www.bloggang.com/data/inthedark/picture/1192254141.jpg

 


"เหตุผลที่สาม...งานวิจัยมากมายสรุปตรงกันว่า ผู้ที่รับประทานมังสาวิรัติ

เป็นผู้มีอายุยืนยาว สุขภาพแข็งแรง ป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงอีกด้วย)



โบโบ้ขอเสริมเรื่องการเกิดมะเร็งนะจ๊ะ

สาเหตุการเกิดมะเร็งนั้นไม่แน่นอน

แต่ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งนั้นที่ยอมรับกันมีหลายปัจจัยครับ

ปัจจัยที่สำคัญอย่างหนึ่งคือ

" การระคายเคืองอย่างต่อเนื่องทุกวี่วัน"

เช่นในคนสูบบุหรี่นี่ หลอดลมเอย ปอดเอยนี่

ถูกสารพิษในบุหรี่ เสียดสีอยู่ทุกวี่วันเลยนะ

ร่างกายก็จะพยายามปรับตัวให้ทางเดินอากาศหนาตัวขึ้น แบ่งเซลล์มากขึ้น

แบ่งไปแบ่งมาเริ่มเหนื่อย เริ่มแบ่งมั่วจนกลายเป็นมะเร็งในที่สุด



ในลำไส้ก็เช่นเดียวกัน

หากได้รับการระคายเคืองจาก ขี้ที่แข็ง เสียดสีลำไส้อยู่ทุกวี่วัน

แถมมีก๊าซพิษอีก

(ลองคิดดูว่าขนาดขี้ออกมายังเหม็นขนาดนั้น ตอนอยู่ข้างในลำไส้จะขนาดไหน)

โอกาสเป็นมะเร็งในอนาคตนั้น อยู่ไม่ไกลเกินฝันเลยครับ

 

เนื้อสัตว์กับการรักสวยรักงาม