เวรกรรมจากการกิน "น้ำเย็น"

 

 

 

เรื่อง bobotravel.exteen.com
รูปประกอบ http://hilight.kapook.com/admin_hilight/spaw2/imghilight4/variety/water_1.jpg
 
 

 

 

 แหม่ ๆ เวลาที่เราเหนื่อยจากงาน เพลียจากอากาศร้อน

หากได้ดื่มน้ำเย็น ๆ ซักแก้วนี มันสุดแสนจะมีความสุข ...จริงไหม

หรือถ้าเป็นโค้ก เป๊ปซี่ แฟนต้า ยิ่งสดชื่นเ้ัข้าไปใหญ่  ... อื้อออออออออ....สุดยอด !!!

แต่เธอรู้หรือไม่ว่า...เธอกำลังทำร้ายตัวเองอยู่...

การดื่มน้ำเย็น โดยเฉพาะดื่มก่อน-หรือหลังรับประทานนั่น เป็นการตายผ่อนส่งดีดีนี่เอง !!

 

เคยสงสัยกันไหมครับว่า

ทำไมปัีจจุบันมีคนเป็นโรคกระเพาะอาหาร ระบบย่อยอาหาร โรคปวดหลัง ริดสีดวง หรือ

สะอึกกันมากขึ้น !!!

ทั้ง ๆ ที่อายุยังไม่มากเลย

หนึ่งสาเหตุที่สำคัญก็คือพฤติกรรมการกินการอยู่ของเราที่มันขัดกับธรรมชาตินั่นเอง !!

โดยเฉพาะการกินน้ำเย็นมากเกินไป !

(น้ำเย็น = น้ำจากตู้เย็น หรือน้ำใส่น้ำแข็ง)

 

ลองคิดเล่น ๆ  ดูสิครับ

ว่ามนุษย์เราก็เป็นสัตว์ประเภทหนึ่ง

ระบบร่างกายของเรานั้นได้สร้างมาให้เข้ากับธรรมชาติ

ระบบร่างกายของเรา จึงไม่ได้ออกแบบมาให้กินน้ำเย็น ๆ แน่นอน !

( ก็น้ำเย็น ๆ มันมีอยู่ในธรรมชาติซะที่ไหนกันเล่า ! )

เพราะฉะนั้นการกินน้ำเย็น ๆ ย่อมขัดกับกฏธรรมชาติ

การกินการอยู่ที่ขัดต่อกฏธรรมชาติย่อมทำให้เกิดโรคอย่างแน่นอน

 

การแพทย์แผนปัจจุบันได้ศึกษาเกี่ยวกับการทำงานของน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร

ลองนึกย้อนไปสมัยเรียนเรื่อง Enzyme ที่เคยเรียนสมัยมัธยมดูนะครับ

การที่ Enzyme จะทำงานได้ดีนั้นจะต้องมี

1. มีอุณหภูมิที่เหมาะสม  และที่อุณหภูมิสูง เอนไซม์จะสามารถทำงานได้ดีขึ้น

2.ปริมาณความเข้มข้นของ enzyme ต้องมีเข้มข้นมากพอ

โอ๊ะ ๆ โอ้ย การดื่มน้ำเย็นก่อน-ระหว่าง-หลังอาหารนี่

มันทำลาย function ของ enzyme ในกระเพาะอาหารชัด ๆ เลยนี่หว่า !

ไหนจะเจือจางน้ำย่อย ไหนจะทำให้อุณหภูมิในกระเพาะต่ำลง !!

 เมื่อน้ำย่อยทำงานได้ไม่ดี อาหารก็ย่อยไม่หมด โดยเฉพาะพวกเนื้อสัตว์ต่าง ๆ !

เนื้อสัตว์นี่หากทิ้งไว้แป๊ปนึง มันก็บูด มันก็เน่า มันก็เหม็นแล้วนะ

แล้วนี่มันเล่นเข้าไปเน่าในร่างกายเรา

มีทั้งสารพิษ แก๊สพิษเกิดขึ้นให้ร่างกาย  อะไรกันเนี่ย !!!

 

การแพทย์ตะวันออก บอกไว้ว่า กระเพาะที่มีปัญหา

หมายถึงกระเพาะที่ทำหน้าที่ไม่ปกติ ไม่สามารถย่อยอาหารได้สมบูรณ์

หรือมีธาตุไฟอ่อน (ก็คืออุณภูมิต่ำนั่นแหล่ะครับ) 

พลังของกระเพาะ ตามปกติจะต้องไหลลงตามลำไส้ และถ่ายออกมา

แต่ถ้าเกิดพิษขึ้น พลังของกระเพาะจะดันขึ้นมา

ทำให้เกิดอาการสะอึกและไอ

 ส่วนแก๊สพิษ ที่เกิดขึ้นนั้น เมื่อหมักหมมนานเข้า จะเกิดลมอัดแน่นที่หน้าอก

และที่กลางหลังทำให้เกิดอาการปวดขึ้นมา

 

 ส่วนการกินน้ำน้อยเกินไปนั้นก็ให้ผลเสียไม่แพ้กัน

การกินน้ำน้อยนั้น ทำให้ร่างกายเสียสมดุลย์อย่างแรง

น้ำที่มีอยู่ในร่างกายก็ถูกนำไปใช้แล้วใช้อีก

เหมือนปาท่องโก๋ที่ใช้น้ำมันเก่าทอดซ้ำไปซ้ำมาไม่เคยเปลี่ยน !!

 เลือดจะข้นหนืด หมุนเวียนไม่ดี

และลองคิดดูว่าหากเลือดที่ไปเลี้ยงสมองหมุนเวียนไปไม่สะดวกจะเกิดอะไรขึ้น !( จะโง่รึเปล่าหว่า ?)

ไหนจะของเสีย ไขมัน อะไรต่ออะไรที่ตกค้างในลำไส้ ในหลอดเลือดก็ไม่ได้ถูกชำระออก

ร่างกายอ่อนแอ ภูมิคุ้มกันตก ขี้โรค

 

บางคนอาจจะเถียงว่า ไม่จริง ไม่เชื่อ

ชั้นก็กินน้ำอัดลม น้ำแข็ง น้ำเย็นของชั้นอยู่ทุกวัน ไม่เห็นจะเป็นอะไร

กินแล้วมันสดชื่น มีเรี่ยวแรงทำงาน

...ผมเห็นด้วยครับ กินแล้วมันสดชื่น เพราะแต่ก่อนผมก็ชอบ

ส่วนสาเหตุที่เรากินแล้วไม่เป็นไรนั้น เป็นเพราะร่างกายเรายังแข็งแรงอยู่นั่นเอง

เวลาโดนของไม่ดีเข้า ร่างกายจึงสามารถปรับตัวได้

แต่หากโดนของไม่ดีเข้าทุกวัน ทุกวัน ละก็....หึ ๆ จะไหวไหมล่ะครับ

ก็ลองคิดดูดีดีนะครับ กินตามใจปากตอนนี้ แล้วก็ต้องลำบากตอนหลัง

อุตส่าห์ทำงานเก็บตังค์ สุดท้ายต้องไปซื้อยา ซื้อรถเข็น เสียค่ายาให้หมออีก

 

ธรรมชาติบำบัด กับ การกินน้ำ

 

 
 
 

 

วันหนึ่งควรกินน้ำเท่าไหร่ดี ?

- เอาน้ำหนักตัว (kg) x 33 ได้ปริมาณน้ำออกมาเป็นมิลลิลิตร

 เช่นผมหนัก  62 kg x 33= 2048 ml (ประมาณ 2 ลิตร)

น้ำ 1 ลิตร = 5 แก้ว

สรุปว่าวันหนึ่งผมต้องกิน 10 แก้ว

 

-ควรกินหลังตื่นนอน ก่อนแปรงฟัน สัก 2-3 แก้ว เพื่อล้างทำความสะอาดลำไส้

ไม่ควรดื่มน้ำระหว่างทานอาหารเกินครึ่งแก้ว 

เว้นระยะน้ำกับอาหารให้ห่างกันอย่างน้อย 30 นาที

แค่นี้ก็ช่วยลดค่ายาตอนแก่ได้เยอะแล้วครับ

 

ปล. ทั้งหมดเป็นทรรศนะของผมเอง 

ผมเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ครับ 

ผมก็ได้เรียนการรักษาโรคต่าง ๆ ตามแผนตะวันตกแหล่ะครับ เจ็บป่วย ก็ทานยา แล้วก็จบ

ช่วงนี้เริ่มสนใจศึกษาแพทย์แผนตะวันออก ที่เน้นรักษาแบบองค์รวม รักษาและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่

เหมาะสม ซึ่งน่าสนใจมาก ๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกนะครับ

 

ปล.2 ไอ้อาการทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นโรคกระเพาะ อาหารย่อยไม่ดี มีแก๊ส ปวดหลัง สะอึก นั้น

ผมเป็นมาหมดแล้วครับ บ้านผมนี่งงกันใหญ่ ว่าอายุแค่ยี่สิบกว่า ๆ ทำไมโรคเยอะจัง

ไหนจะศึกษาแพทย์แผนปัจจุบันเอง

ไหนจะไปหาหมอที่ รพ.ก็แล้ว ทำไมไม่หายขาดซะทีนะ

พอไปอ่านหนังสือธรรมชาติบำบัด ของหมอแดงเท่านั้นแหล่ะ...อ๋อเลย

ที่แท้เกิดจากพฤติกรรมของเรานี่เอง...ยังดีที่รู้ตัวเร็วนะเนี่ยเรา

 

ปล.3 จะเห็นได้การพัฒนาเทคโนโลยี เพื่อตามใจกิเลสของคนเรานั้น

ยิ่้งพัฒนา ยิ่งมีผลเสีย  ขอให้มีสติในการใช้ชีวิต

ดูแลสุขภาพกาย และ สุขภาพจิตด้วยนะครับ

สวัสดีครับ

 

ปล.4 เพิ่งไปอ่านเรื่อง ดื่มน้ำอย่างไรให้ถูกต้องจากบล๊อกหมอเชน

คุณหมอเขียนไว้ดีและละเอียดทีเดียวเชียว

อย่าลืมแว้บไปอ่านกันนะครับ การ

รักษาสุขภาพตัวเองนั้น

ช่วยประหยัดเงินค่ายาค่าหมอของชาติได้เยอะจริง ๆ ขอบอก ๆ

=====================================================

 

  บทความแนะนำย้อนหลัง จัดไว้เป็นหมวดหมู่ครับ :


 

f


Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ผมว่าประเทศแถบยุโรปน้ำปกติมันก็เย็นนะsad smile

#1 By - -)* on 2009-03-21 10:38

พี่ nudee กินน้ำเย็นตลอดเลย
ขนาดไม่สบายยังแอบกินเลยsad smile

#2 By nudee on 2009-03-21 10:42

แบบนี้นี่เองคนจีนถึงไม่ชอบกินน้ำเย็นๆ

#3 By Lovelyjay on 2009-03-21 10:48

ไม่กินค่ะ อาจจะบ้งบางครั้ง เพราะเป็นคนขี้หนาวววsad smile

#4 By saya chan on 2009-03-21 10:55

พูดได้ให้ฉุกคิดมากเลยที่ว่า

"ระบบร่างกายของเรานั้นได้สร้างมาให้เข้ากับธรรมชาติ

ระบบร่างกายของเรา จึงไม่ได้ออกแบบมาให้กินน้ำเย็น ๆ แน่นอน !"

อย่างนี้ต้องลดการกินน้ำเย็นก็แล้วกัน
(เลิกกินไม่ได้สินะ-*-)

Hot!

#5 By หมาแว่น on 2009-03-21 10:55

Hot! ดีมากเลยค่ะ สอดคล้องกับความรู้แพทย์แผนจีนที่หมอเชนเคยเขียนเลย แต่พี่ก็ยังติดดื่มน้ำเย็นอยู่ดี แถมยังติดที่จะทานข้าวไป ดื่มน้ำไป ซึ่งมัีนแย่มาก ทุกวันนี้มีปัญหากับระบบย่อยอาหารมากจริง ๆ ค่ะ คอนเฟิร์ม แถมยังทำให้เวลาเป็นหวัดแล้วไอไม่หายอีกต่างหาก

#6 By b613 ดาวถัดมา on 2009-03-21 11:26

เออ เห็นทีคงต้องกินน้ำธรรมดาแล้ว

แต่ก็ร้อนจังเนอะsad smile

#7 By finch on 2009-03-21 13:04

ก็รู้ว่ามันไม่ดีอะนะ

แต่มันอดไม่ได้

กินละมันสดชื่น

#8 By Arcobaleno on 2009-03-21 13:41

ปรกติกินนํ้าเยนเปนทุนเดิมนะเนี่ย..
สงสัยต้องหันไปกินธรรมดามั้งและ 55
ห้ามกินนํ้าตอนกินข้าวหรอเนี่ย ว้าวๆ ความรู้ใหม่นะเนี่ย
Hot! Hot!

#9 By [ Spelt - Francz ] on 2009-03-21 13:46

ผมกินน้ำอุ่นๆไม่ได้เลย
แย่จัง กินแล้วไม่อร่อย
แต่ ปวดหลังจริงๆครับ
สงใสตอนปรับตัวหน่อยแล้วsad smile

#10 By Bozzy on 2009-03-21 13:51

เวรกรรม!! ไม่เคยรู้มาก่อน
ตามหัวข้อบลอคจริงๆ
กินตลอดแทบจะไม่ดื่มน้ำธรรมดาเลย
แถมชอบกินน้ำแข็งด้วย
Hot! Hot!

#11 By baka-copain on 2009-03-21 15:00

Hot!

ก็เมืองไทยมันร้อนนี่นา

#12 By เจน on 2009-03-21 18:01

เป็นประโยชน์มากๆ มิน่าคนสมัยนี้ป่วยเยอะ!!

Hot! Hot! Hot!

#13 By † ゚A゚ k ! r a † on 2009-03-21 18:41

ตายและ ของโปรดเลยนะนั่น

#14 By hungryangry on 2009-03-21 20:07

ดื่มน้ำเปล่าธรรมดาก็ดีแล้วค่ะ น้ำอุ่นยิ่งดี ดื่มน้ำเยอะๆนะ <<บอกตัวเองsad smile
แต่ที่เรียนมาระหว่างออกกำลังกายหนักๆให้ดื่มน้ำเย็นนะคะเพื่อเพิ่มการเคลื่อนที่ของกระเพาะอาหารให้ท้องว่างน่ะค่ะ

#15 By ต้า on 2009-03-21 20:27

เหมือนจะเคยอ่านแล้ว ไม่เชื่อหรอกครับ ไม่มีฉี่คนไหนออกมาเย็นเท่าอุณหภูมิตอนดื่มหรอกembarrassed question
แผนไทย กับ แผนจีน ตรงกันเลยนะครับ หมอเชนก็เคยเขียนไว้ แต่เป็นวิชาหมอจีน Hot!

#17 By mahaoath on 2009-03-21 21:49

ช่วงนี้กลับมาอยู่กับธรรมชาติสุดแล้วคร้บ cry

#18 By tide,the seeker on 2009-03-21 22:46

ตอบ พี่nudee ,หมาแว่น,arcobaleno,spelt francz,bozzy,hungryangry,กัปปะเล็ก

ลองพยายามค่อย ๆ ปรับตัวละกันนะครับ
ก่อนอื่นก็ลดปริมาณน้ำระหว่างทานข้าวลงก่อนนะbig smile

ขอให้สุขภาพดีกันถ้วนหน้าจ้าbig smile
ตอบคุณ ต้า

เรื่องการดื่มน้ำเย็นตอนออกกำลังกายนี่
ผมยังไม่ค่อยรู้ ขอไปศึกษาต่อก่อนละักันนะ big smile
ตอบคุณ shuu ครับ

เรื่องแบบนี้แล้วแต่ความคิดและความเชื่อของแต่ละคนครับ

หนทางแห่งการดูแลสุขภาพนั้นมีอยู่
ส่วนการปฏิบัตินั้น ใครทำใครได้ ฮิฮิ big smile

ตอบหลวงพี่โอ๊ต
ขอให้หลวงพี่หายป่วยเร็ว ๆ นะคร้าบบบ

คือพูดกันว่าน้ำเย็นๆ นี่ ผมยังงงๆ อยู่ครับว่า "มันต้องอุณหภูมิ" เท่าไหร่จึงจะเรียกได้ว่าน้ำเย็น

ถ้าเย็นระดับใส่น้ำแข็งลงไปจนเย็นจัด ดื่มแล้วจี๊ดจนปวดหัวนี่ก็ไม่ไหวหรือแบบเอาออกมาจากตู้เย็นใหม่ๆ นี่ก็ไม่ไหว

แบบที่ัตักออกมาจาก "หม้อน้ำดินเผา" แบบทางภาคเหนือที่นิยมไว้ใส่น้ำดื่มนี่ถือว่าเย็นหรือไม่

ถ้าเอาแนวแพทย์แผนจีน ผมว่าคนจีนเค้าก็แนะนำถูกแล้วล่ะสำหรับคนจีนที่อาศัยอยู่ในเขตอบอุ่น
แต่สำหรับคนในเขตร้อนอย่างเรา การดื่มน้ำจากขันน้ำหรือหม้อน้ำเย็นชื่นใจก็น่าจะเหมาะสมแล้วเ่ช่นกัน อย่าให้ถึงกับเย๊นจี๊ดจนปวดหัวเลยcry

#22 By Eddalion on 2009-03-21 23:14

หน้าร้อนนี้เลิกไม่ได้จริงๆ ค่ะ

#23 By General เบ๊ on 2009-03-21 23:27

น้ำเย็น = น้ำจากตู้เย็น หรือน้ำใส่น้ำแข็ง ครับ

(เติมในบทความแล้วคร้าบ)
ขอบคุณสำหรับคำถามครับbig smile
Hot! Hot!
พูดเรื่องเอนไซม์แล้วนึกถึงสิ่งที่เรียนมา โอ้ว sad smile
ติดน้ำเย็น T[]T

#25 By Z o r a ` on 2009-03-22 00:05

ผมกินน้ำเย็นระหว่างอาหารครั้งละสามแก้ว...
สามมื้อ เก้าแก้ว ก่อนนอน สองแก้ว
เป็น สิบเอ็ดแก้ว...ตายแล้วsad smile
ร่างกายมีเมแทบอลิซึมที่จะปรับอุณหภูมิของน้ำใหเท่ากับร่างกายครับ กว่าจะไปย่อยและดูดซึมอย่างสมบูรณ์ที่ลำไส้ ก็อุณหภูมิเท่าร่างกายแล้วครับ

วท.บ. (ชีววิทยา)

#27 By izzei on 2009-03-22 00:24

ตายแล้ว... ติดน้ำเย็นเหมือนกัน
ต้องลดลงหน่อยเนอะ

#28 By Hirumi Arika on 2009-03-22 00:46

ปกติ ไม่กินน้ำเย็นซักเท่าไหร่อยู่แล้วคับ รอดไป cry


แต่รู้สึกว่า ยังกินน้ำไม่พอแฮะ

#29 By QuarterQuartz on 2009-03-22 01:01

ดื่มนมเย็นตอนเช้าอะ จะเป็นอะไรมั้ยเนี่ย embarrassed

#30 By นักรบ on 2009-03-22 01:47

อุก...
นอกจากจะดื่มน้ำเย็นแล้ว ยังดื่มน้ำน้อยอีกด้วย (วันละแก้ว sad smile)

ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆ ค่ะ
ต้องฝึกดื่มน้ำให้เยอะกว่านี้แล้วสิเรา sad smile

Hot!

#31 By Kaewsricha on 2009-03-22 02:11

เหมือนกับเคยอ่านที่บล็อกหมอจีนแล้ว แต่ขอบคุณค่ะ

#32 By Lily Pixel on 2009-03-22 08:12

ตอบคุณ #27 izzei

ตามความเห็นของผม ผมคิดว่า
จริงอยู่ว่าร่างกายมีกลไลการปรับอุณหภูมิของน้ำที่ดื่มเข้าไป

แต่ก็น่าสงสัยว่า น้ำที่ดื่มเข้าไปในกระเพาะอาหารนั้น
ร่างกายจะสามารถปรับอุณหภูมิให้เท่ากับอุณหภูมิร่างกายโดยทันทีได้หรือไม่...ผมคิดว่าไม่น่าได้
เพราะเวลาผมกินน้ำเย็น ๆ ลงไป ก็รู้สึกได้ถึงความเย็นในกะเพราะ

และถ้าหากอุณหภูมิของน้ำยังต่ำกว่าอุณหภูมิของร่างกาย
นั่นน่าจะหมายถึงว่าการทำงานของเอนไซม์ในกระเพาะอาหารน่าจะแย่ลง

ซึ่งผลที่ตามมาคือการย่อยอาหารจำพวกโปรตีนไม่น่าจะสมบูรณ์ เกิดการบูดเน่าต่อไป

ปล.เมื่อแต่ก่อนผมชอบกินเนื้อสัตว์และชอบกินน้ำระหว่างทานข้าว ช่วงนั้นนี่ อึเหม็นมาก(ลำไส้เน่ารึเปล่าหว่า)

ช่วงหลัง ๆ นี่เริ่มปรับพฤติกรรม อึเหม็นน้อยลง ดีใจ ๆ


big smile
อื๋อ

น้ำเย็นกินทุกวัน แต่ก็ไม่บ่อยแฮะ

ดีนะที่ได้อ่านแต่เนิ่นๆจะได้ระวังตัวไว้มากขึ้นangry smile Hot!
สงสัยตั้งแต่อ่านบล้อกนี้

ต้องหัดกินน้ำอุณหภูมิรรมดาซะแล้วบ้างสิ

surprised smile

#35 By Jubiizz on 2009-03-22 13:54

เห็นเพื่อนบอกว่าดื่มน้ำเย็นทำให้แก่เร็วด้วยค่ะ Hot! confused smile confused smile
โบโบ้ น้ำเย็นมีอยู่ในธรรมชาติครับ โดยเฉพาะคนเมืองหนาว เพราะถึงจะเก็บไว้ในบ้านอย่างดี น้ำมันก็จะเย็นแบบธรรมชาติ (เพราะไม่ได้เปิดฮีทเตอร์ตลอด 24 ชม. นั่นเอง) ขนาดน้ำจากก๊อก (น้ำดื่ม) เวลาเปิดมาใส่แก้ว มันเย็น เหมือนน้ำออกมาจากตู้เย็นเลยครับ

ตอนนี้ปรับตัวได้แล้วครับ ไม่มีผลข้างเคียงจากน้ำเย็นตามมาอีกแล้ว

#37 By หนึ่ง on 2009-03-22 18:34

กินน้ำเย็น มันกินได้น้อยครับ
เวลาทำงานร้อนๆ ชอบน้ำธรรมดามากกว่าdouble wink

#38 By Zeedprogram on 2009-03-22 18:56

แต่ที่ผมเคยอ่านมาเค้ากลับบอกว่าดื่มน้ำเย็นเยอะๆ ดีนะครับ สงสัยมานานบทความวิชาการ 2 ด้านนี่มันขัดกันตลอดเลย แต่ผมเลือกเชื่อฝั่งดื่มน้ำเย็นแล้วดีนะ sad smile
เอ ผมว่า

มันก็ไม่ได้เลวร้ายเสมอไปนะครับ
กับการดื่มน้ำเย็น

เพียงแต่ถ้าไม่มากจนเกินไป
ก็ไม่น่าอันตรายนะครับ


ส่วนเรื่องย่อยเนื้อสัตว์ไม่หมดแล้วบูดในกระเพาะนี่
เอ่อ....sad smile

ช่วยอธิบายคำว่าบูดได้ไหมครับ
ว่าผมเข้าใจถูกรึเปล่า


การบูดคือการที่แบคทีเรีย หรือพวกจุลชีพ
มัน ย่อย อาหารรึเปล่าครับ
ผมจบฟิสิกส์ครับไม่ค่อยแม่นด้านชีวภาพ
เลยสงสัยว่า การบูด ในร่างกายมนุษย์
กับการบูดข้างนอก
มันมีระยะเวลาในการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
ต่างกันรึเปล่าครับ
เพราะผมเคยเข้าใจว่า
ในกระเพาะมันมีสภาพไม่เหมาะสม
กับการเจริญเติบโตของแบคทีเรีย
ประกอบกับอาหารที่ทานสะอาด แบคทีเรียน้อย
และไม่ได้รับเพิ่มจากอากาศ
ดังนั้นมันก็ไม่น่าจะบูดเร็วเท่าข้างนอก

ร่างกายใช้เวลาย่อย 2-3 ชั่วโมงในกระเพาะ
แล้วก็ไปต่อที่ลำไส้เล็ก



ปรกติเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีน
มันมีทั้งในกระเพาะ และลำไส้เล็กถูกรึเปล่าครับembarrassed

มีการดูดซึมสารอาหารกันในส่วนของลำไส้เล็ก


ดู ๆ แล้ว อุณภูมิของน้ำ เข้าไปแล้ว
มันใช่จะเย็นจัดจนสุดปลายลำไส้


ดังนั้นการที่เนื้อจะบูดในร่างกายนั้น
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ต่ำนะครับ
(คิดว่านะ)


เรื่องปริมาณน้ำต่อการย่อยนี่ยังพอเข้าใจ
แต่อุณหภูมิกับการย่อยนี่
ถ้าไม่ดื่มน้ำเย็นจัดจนเกินไป
หรือบ่อยจนเกินไป
ผมว่าไม่น่าเกี่ยวนะครับ
embarrassed

#40 By ChimERaTeDdY on 2009-03-22 19:33

อืม ผมกิน 11 แก้วแฮะ

โอ๊ส กินน้ำกานนนน

เอ่อ แล้วกินน้ำอุ่นจะดีกว่าน้ำปกติหรือเปล่าครับ?

ผมว่าน่าจะดีกว่านะ ช่วยตอบหน่อยจ้าopen-mounthed smile

#41 By ::poompuien:: on 2009-03-22 21:38

จะระวังแล้วค่ะ เคยกินน้ำน้อย และน้ำก็เย็นด้วย เพราะเคยทำงานที่มันยุ่งทั้งวันจนไม่มีเวลาจะหิว sad smile

#42 By Daughter Of Sparda on 2009-03-22 21:57

ชอบกินน้ำเย็นซะด้วยเราsad smile

#43 By .-.Chill.-. on 2009-03-22 23:27

โอ้ เป็นประโยนช์นะ

ขอบคุณคร้าบบHot!

#44 By pang_much_more on 2009-03-22 23:34

เมื่อเช้าเพิ่งดูเรื่องที่ว่า
ดื่มน้ำเย็นแก้วนึง คนจะใช้พลังงานในการอุ่นน้ำ 12 cal เพื่อให้เท่ากับอุณภูมิร่างกาย
ฉะนั้น ถ้ากินน้ำตามปกติเป็นเวลาสักปีนึง จะสามารถ ลดน้ำหนักได้ถึง 2 กก ทีเดียวwink

#45 By chonchonjung (125.25.23.27) on 2009-03-23 01:10

ไอ้ที่เค้าห้ามเราทำหมดเลย
และไอ้อาการที่ว่าก็เป็นเกือบหมดsad smile

คงต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันใหม่แล้ว
ยกเครื่องใหม่เพื่อชีวิตที่ดีกว่า

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆนะคะ Hot!

#46 By *~iLlKiD~* on 2009-03-23 08:17

เคยอ่านเจอเรื่องแบบนี้เหมือนกันค่ะ
แต่ไม่มีรายละเอียดมากเท่านี้

ขอบคุณมากนะคะ ข้อมูลนี้ดีมาก
ตอนนี้ก็ไม่ค่อยดื่มนำ้เย็นค่ะ
Hot! Hot! Hot!

#47 By peewa on 2009-03-23 08:17

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้

ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด

อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่ www.urlaxe[b].[b]net/fsd/

#48 By (58.8.177.132) on 2009-03-23 08:30

คำถามเยอะแยะเลย
ขอตอบเท่าที่รู้บางข้อก่อนนะ

-เกี่ยวกับเรื่อง อุณหภูมิน้ำและการย่อยโปรตีนของกระเพาะ

การย่อยโปรตีนโดยน้ำย่อยนั้น
หลัก ๆ เริ่มที่กระเพาะด้วย Pepsin ครับ
ซึ่งเหมาะกับการย่อยโปรตีนตัวโต ๆ

และจะูถูกส่งต่อมาย่อยโดย น้ำย่อยโปรตีนจากตับอ่อน
อีกคือ trypsin chymotrysin caboxypeptidase peptidase

ซึ่งเป็นน้ำย่อยคนละตัวกับกระเพาะ
และแน่นอนว่ามันทำหน้าที่คนละอย่างกัน

สรุปคือหากกระเพาะย่อยไม่เต็มที่แล้ว
ก็เหมือนเวลาทำงานเป็นทีมแล้วมีคนหนึ่งอู้งาน ไม่ทำงาน
คนที่เหลือก็รับภาระต่อไป
แรก ๆ ก็พอทนไหว(จึงดูเหมือนไม่เป็นอะไร)
แต่นาน ๆ เข้า ก็แย่ครับ ก่อให้เกิดโรคมากมาย big smile
-ตอบเรื่องการบูด

ในลำไส้เล็ก ลำไส้ใหญ่คนเรานั้น
แบคทีเรียเยอะมากกกกกกกกกครับ

มันอยู่ของมันในนั้นอยู่แล้ว