สวัสดีครับ

หลังจากที่โบโบ้เขียนบทความหลาย ๆ บทความเกี่ยวกับสังคมปัจจุบัน

หลายคนอาจจะเริ่มมองว่า

ความคิดผมมันสวนกระแสและยากที่จะนำไปใช้ได้จริง ๆ

 

เมื่อวันสองวันมานี้

ผมได้ไปอ่านบทความในบล๊อกของคุณ " บลอกนี้ ตามใจฉัน "

ก็ได้ความรู้มาพอสมควรเลยเกี่ยวกับ "สังคมยูโทเปีย"

หรือ"สังคมในอุดมคติ" ที่หลายคนมองว่า "เพ้อเจ้อ" และเป็นไปไม่ได้

 

 " บลอกนี้ ตามใจฉัน " เล่าไว้ว่า

 

สังคมยูโปเปีย คือสังคมเกษตร โดยมีรัฐสภาเป็นผู้ปกครอง

ทรัพย์สินทุกอย่างล้วนเป็นของกันและกัน เราเป็นเจ้าของทรัพย์ท่าน ท่านเป็นเจ้าของทรัพย์เรา 

บ้านเราบ้านท่าน ต่างก็เข้าออกถึงกันได้ 

โจรผู้ร้ายไม่เคยปรากฏเพราะความกินดี อยู่ดี และน้ำใจอันดีงาม

ร้านเหล้า การพนัน สิ่งบ่อนทำลายความสงบสุขไม่มี เพราะชาวยูโทเปียทำงานอย่างขยันขันแข็ง

แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนัก ทำงานเพียงวันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

เรื่องสังคมการปกครองนั้นมีรัฐสภาเป็นผู้นำ

การออกกฎหมายก็ต้องมีการประชุมหันหลายครั้ง

หากประชาชนไม่พอใจ ก็สามารถร้องเรียนได้

 

ฟังแล้วก็ไม่แปลกที่ผู้คนจะมองว่าเป็นอุดมการณ์ที่เป็นไปไม่ได้

แต่ถ้าผมดัดแปลงข้อความนี้เป็น

 

สังคมไทย คือสังคมที่มีเกษตรกรรมเป็นรากฐานของประเทศ

โดยมีรัฐสภาเป็นผู้ปกครอง ทรัพย์สินทุกอย่างล้วนมีเจ้าของ

แต่เราไม่ไปยึดติดกับมัน มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้พอดี มีเหลือเราแบ่งปัน

บ้านเราบ้านท่าน มีเพียงรั้วต้นไม้เล็ก ๆ กั้น

โจรผู้ร้ายมีน้อยเพราะคนไทยให้โอกาส และช่วยเหลือกัน และมีน้ำใจอันดีงาม

ร้านเหล้า การพนัน สิ่งบ่อนทำลายความสงบสุขมีขึ้นมาบ้าง

แต่ก็ต้องสิ้นไปเพราะคนในสังคมรวมพลังกันขับไล่

คนไทยทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนักมาก

มีเวลาที่เหลือ นำไปใช้กับการทำกิจกรรมในครอบครับและสังคม

เรื่องสังคมการปกครองนั้นมีรัฐสภาเป็นผู้นำ

การออกกฎหมายก็ต้องมีการประชุมกันหลายครั้ง

หากประชาชนไม่พอใจ ก็สามารถร้องเรียนได้

 

มันช่่างละม้ายคล้ายคลึงกับ วิถีชาวพุทธเหลือเกิน

 

 

เร็ว ๆ นี้ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของนักร้องหนุ่มคนหนึ่งในหนังสือ Secret ฉบับที่ 15

อ่านแล้วยิ้มไปหลายวันครับ

ดีใจที่ เมืองไทยเรามีดาราที่มีความคิด มีสติปัญญา

เป็นแบบอย่างให้เยาวชนได้ดีเยี่ยม

 

เขาบอกว่าคำสอนของพ่อที่อยู่ในใจเขาตลอดนั้นก็คือ

 

"ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ

เขาเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ"

 

ฟังแล้วนึกถึงดาราสาว ๆ สมัยนี้เนอะ

อยากดังทำไงดี ?อยากเรตติ้งดีทำไงอ่ะ

ถอดเสื้อสิ ! โชว์นมสิ !

แหม่ ๆ อะไรมันจะดังง่ายขนาดนั้น !

 

เขาเคยไปเสนอกับค่ายเพลงว่า "อยากออกอัลบั้มพร้อมกับเปียโน"

แต่กลับได้คำตอบกลับมาว่า

"เปียโนกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ไม่แข็งแรงพอที่จะออกเทปได้"

"เอางี้ มาทำบอยแบนด์ไหม"

เขาปฏิเสธ เพราะคำสอนพ่อที่ว่า

 

"การลงทุนอะไรก็ตาม ถ้าได้ตอนนี้ แต่เสียกำไรในอนาคต อย่าทำดีกว่า"

หลาย ๆ คนคงรู้แล้วว่า

เขาคนนี้คือ "โต๋" นั่นเอง

 

 

ฟังแล้วนึกถึงเรื่องการเอาตัวรอดของต้นไม้หลาย ๆ ต้น

ต้นไม้เมื่อไม่มีขาเดินหนีอันตราย

มันทำอย่างไรรู้ไหมครับ

 

บางต้นก็สร้างหนามมาป้องกันตัว

บางต้นก็สร้างสารพิษกันแมลงศัตรูพืช

แต่มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งครับ ที่มีวิถีชีวิตแปลก ๆ แต่น่าคิด !

มันคือต้นหญ้าครับ

ต้นหญ้าบางประเภทนั้นไม่มีหนาม ไม่มีพิษ

มันยอมถูกวัวกิน ถูกควายกิน

แต่การเสียครั้งนี้ ไม่เสียเปล่า

เวลาวัว เวลาควายมันอึ

อึก็จะมี"เชื้อของหญ้า"อยู่

วัวไปอึที่ไหน หญ้าก็ขึ้นที่นั่น

 

แหม่ ๆ

ยอมเสียโอกาสอย่างหนึ่ง

เพื่อสร้างโอกาสอีกอย่างหนึ่ง

 

 กลับมาที่เรื่องของ"โต๋" ต่อครับ

อีกคำพูดหนึ่งที่โดนใจก็คือ

โต๋บอกว่า

"โต๋ไม่แตะ บุหรี่ เหล้า ไวน์ หรือเบียร์

เที่ยวกลางคืนก็ไม่ชอบ 

พ่อเคยบอกว่า

โต๋มีแฟนเพลงและพ่อแม่ของแฟนเพลงที่มองเราเป็นแบบอย่างให้กับลูกของเขา"

 

นอกจากนี้โต๋ยังไม่รับเล่นดนตรีในผับ

ในลานเบียร์และงานเปิดตัวสินค้าประเภทแอลกอฮอล์

เพราะแฟนเพลงของเขามีทั้งเด็กจนถึงผู้ใหญ่

ผมไม่อยากให้เด็กอายุึ 12 ขวบต้องขอแม่ไปดูผมในผับ

แม้จะเสียรายได้ก็จริง

แต่โต๋ก็ได้ในสิ่งที่มองไม่เห็นกลับมา...

 

ฟังแล้วขอปรบมือให้ดัง ๆ เลยครับ

 


 

ปล. รูปประกอบ search จากพี่กูเช่นเคย

ที่มาของรูปนั้น คลิ๊กขวาแล้วเลือก  property

---ต้องขอโทษเจ้าของภาพที่ไม่ได้ขออนุญาตโดยตรงนะครับ

 

 ปล.2 ช่วงนี้ยังไม่ได้จัดหมวดหมู่บทความใหม่ ๆ เลย

เดี๋ยวผมก็ต้องไปธุระกับคณะที่ระยองอีก ว้าแย่เลย

 

ปล.3  สวัสดีครับ

=====================================================

 

  บทความแนะนำย้อนหลัง จัดไว้เป็นหมวดหมู่ครับ :