สวัสดีครับ

หลังจากที่โบโบ้เขียนบทความหลาย ๆ บทความเกี่ยวกับสังคมปัจจุบัน

หลายคนอาจจะเริ่มมองว่า

ความคิดผมมันสวนกระแสและยากที่จะนำไปใช้ได้จริง ๆ

 

เมื่อวันสองวันมานี้

ผมได้ไปอ่านบทความในบล๊อกของคุณ " บลอกนี้ ตามใจฉัน "

ก็ได้ความรู้มาพอสมควรเลยเกี่ยวกับ "สังคมยูโทเปีย"

หรือ"สังคมในอุดมคติ" ที่หลายคนมองว่า "เพ้อเจ้อ" และเป็นไปไม่ได้

 

 " บลอกนี้ ตามใจฉัน " เล่าไว้ว่า

 

สังคมยูโปเปีย คือสังคมเกษตร โดยมีรัฐสภาเป็นผู้ปกครอง

ทรัพย์สินทุกอย่างล้วนเป็นของกันและกัน เราเป็นเจ้าของทรัพย์ท่าน ท่านเป็นเจ้าของทรัพย์เรา 

บ้านเราบ้านท่าน ต่างก็เข้าออกถึงกันได้ 

โจรผู้ร้ายไม่เคยปรากฏเพราะความกินดี อยู่ดี และน้ำใจอันดีงาม

ร้านเหล้า การพนัน สิ่งบ่อนทำลายความสงบสุขไม่มี เพราะชาวยูโทเปียทำงานอย่างขยันขันแข็ง

แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนัก ทำงานเพียงวันละ 6 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

เรื่องสังคมการปกครองนั้นมีรัฐสภาเป็นผู้นำ

การออกกฎหมายก็ต้องมีการประชุมหันหลายครั้ง

หากประชาชนไม่พอใจ ก็สามารถร้องเรียนได้

 

ฟังแล้วก็ไม่แปลกที่ผู้คนจะมองว่าเป็นอุดมการณ์ที่เป็นไปไม่ได้

แต่ถ้าผมดัดแปลงข้อความนี้เป็น

 

สังคมไทย คือสังคมที่มีเกษตรกรรมเป็นรากฐานของประเทศ

โดยมีรัฐสภาเป็นผู้ปกครอง ทรัพย์สินทุกอย่างล้วนมีเจ้าของ

แต่เราไม่ไปยึดติดกับมัน มีน้อยใช้น้อย มีมากใช้พอดี มีเหลือเราแบ่งปัน

บ้านเราบ้านท่าน มีเพียงรั้วต้นไม้เล็ก ๆ กั้น

โจรผู้ร้ายมีน้อยเพราะคนไทยให้โอกาส และช่วยเหลือกัน และมีน้ำใจอันดีงาม

ร้านเหล้า การพนัน สิ่งบ่อนทำลายความสงบสุขมีขึ้นมาบ้าง

แต่ก็ต้องสิ้นไปเพราะคนในสังคมรวมพลังกันขับไล่

คนไทยทำงานอย่างขยันขันแข็ง แต่ก็ไม่ได้ทำงานหนักมาก

มีเวลาที่เหลือ นำไปใช้กับการทำกิจกรรมในครอบครับและสังคม

เรื่องสังคมการปกครองนั้นมีรัฐสภาเป็นผู้นำ

การออกกฎหมายก็ต้องมีการประชุมกันหลายครั้ง

หากประชาชนไม่พอใจ ก็สามารถร้องเรียนได้

 

มันช่่างละม้ายคล้ายคลึงกับ วิถีชาวพุทธเหลือเกิน

 

 

เร็ว ๆ นี้ผมได้อ่านบทสัมภาษณ์ของนักร้องหนุ่มคนหนึ่งในหนังสือ Secret ฉบับที่ 15

อ่านแล้วยิ้มไปหลายวันครับ

ดีใจที่ เมืองไทยเรามีดาราที่มีความคิด มีสติปัญญา

เป็นแบบอย่างให้เยาวชนได้ดีเยี่ยม

 

เขาบอกว่าคำสอนของพ่อที่อยู่ในใจเขาตลอดนั้นก็คือ

 

"ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ

เขาเชื่อว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ"

 

ฟังแล้วนึกถึงดาราสาว ๆ สมัยนี้เนอะ

อยากดังทำไงดี ?อยากเรตติ้งดีทำไงอ่ะ

ถอดเสื้อสิ ! โชว์นมสิ !

แหม่ ๆ อะไรมันจะดังง่ายขนาดนั้น !

 

เขาเคยไปเสนอกับค่ายเพลงว่า "อยากออกอัลบั้มพร้อมกับเปียโน"

แต่กลับได้คำตอบกลับมาว่า

"เปียโนกับเด็กผู้ชายคนหนึ่ง ไม่แข็งแรงพอที่จะออกเทปได้"

"เอางี้ มาทำบอยแบนด์ไหม"

เขาปฏิเสธ เพราะคำสอนพ่อที่ว่า

 

"การลงทุนอะไรก็ตาม ถ้าได้ตอนนี้ แต่เสียกำไรในอนาคต อย่าทำดีกว่า"

หลาย ๆ คนคงรู้แล้วว่า

เขาคนนี้คือ "โต๋" นั่นเอง

 

 

ฟังแล้วนึกถึงเรื่องการเอาตัวรอดของต้นไม้หลาย ๆ ต้น

ต้นไม้เมื่อไม่มีขาเดินหนีอันตราย

มันทำอย่างไรรู้ไหมครับ

 

บางต้นก็สร้างหนามมาป้องกันตัว

บางต้นก็สร้างสารพิษกันแมลงศัตรูพืช

แต่มีต้นไม้อยู่ต้นหนึ่งครับ ที่มีวิถีชีวิตแปลก ๆ แต่น่าคิด !

มันคือต้นหญ้าครับ

ต้นหญ้าบางประเภทนั้นไม่มีหนาม ไม่มีพิษ

มันยอมถูกวัวกิน ถูกควายกิน

แต่การเสียครั้งนี้ ไม่เสียเปล่า

เวลาวัว เวลาควายมันอึ

อึก็จะมี"เชื้อของหญ้า"อยู่

วัวไปอึที่ไหน หญ้าก็ขึ้นที่นั่น

 

แหม่ ๆ

ยอมเสียโอกาสอย่างหนึ่ง

เพื่อสร้างโอกาสอีกอย่างหนึ่ง

 

 กลับมาที่เรื่องของ"โต๋" ต่อครับ

อีกคำพูดหนึ่งที่โดนใจก็คือ

โต๋บอกว่า

"โต๋ไม่แตะ บุหรี่ เหล้า ไวน์ หรือเบียร์

เที่ยวกลางคืนก็ไม่ชอบ 

พ่อเคยบอกว่า

โต๋มีแฟนเพลงและพ่อแม่ของแฟนเพลงที่มองเราเป็นแบบอย่างให้กับลูกของเขา"

 

นอกจากนี้โต๋ยังไม่รับเล่นดนตรีในผับ

ในลานเบียร์และงานเปิดตัวสินค้าประเภทแอลกอฮอล์

เพราะแฟนเพลงของเขามีทั้งเด็กจนถึงผู้ใหญ่

ผมไม่อยากให้เด็กอายุึ 12 ขวบต้องขอแม่ไปดูผมในผับ

แม้จะเสียรายได้ก็จริง

แต่โต๋ก็ได้ในสิ่งที่มองไม่เห็นกลับมา...

 

ฟังแล้วขอปรบมือให้ดัง ๆ เลยครับ

 


 

ปล. รูปประกอบ search จากพี่กูเช่นเคย

ที่มาของรูปนั้น คลิ๊กขวาแล้วเลือก  property

---ต้องขอโทษเจ้าของภาพที่ไม่ได้ขออนุญาตโดยตรงนะครับ

 

 ปล.2 ช่วงนี้ยังไม่ได้จัดหมวดหมู่บทความใหม่ ๆ เลย

เดี๋ยวผมก็ต้องไปธุระกับคณะที่ระยองอีก ว้าแย่เลย

 

ปล.3  สวัสดีครับ

=====================================================

 

  บทความแนะนำย้อนหลัง จัดไว้เป็นหมวดหมู่ครับ :


 

f



 

=====================================================

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นานาจิตตัง คนเรามีสิทธิ์คิดHot!
เป็นแนวคิดที่ดีมากเลยฮะ



Hot! Hot! Hot!

#2 By Crofade on 2009-02-17 23:06

Hot!"การลงทุนอะไรก็ตาม ถ้าได้ตอนนี้ แต่เสียกำไรในอนาคต อย่าทำดีกว่า"

#3 By VILITT on 2009-02-17 23:10

พี่โต๋ Hot!

#4 By Bluemoon on 2009-02-17 23:19

มีพี่โต๋ ด้วยbig smile Hot!

#5 By น้ามชา on 2009-02-17 23:19

แต่ผมไม่ชอบ เพลง โต๋ munk


บอกไม่ถูกจริงๆHot!

#6 By dong=ดอง,โด่ง on 2009-02-18 01:00

big smile big smile

#7 By ฟ้าใส on 2009-02-18 01:34

ประโยคของโต๋นั้น...

คล้ายกับว่า
อย่าเสียเวลาปลูกข้าวบนทรายเลย ไงๆมันก็ไม่งอก... big smile embarrassed
อ่า โบโบ้เอาเรื่องดีๆ มาฝากอีกแล้ว

ขอบคุณนะHot!
บทความนี้ดีมาก Hot! Hot! Hot!

#10 By Gunzt on 2009-02-18 11:24

Hot!

ชอบบทความมากเลยครับ โดยเฉพาะที่เอามาเปรียบกับหญ้าconfused smile
Hot!

ถ้าเทียบกับสังคมในเมืองแบบปัจจุบัน ... ดูจะห่างไกลจากคำว่ายูโทเปียเหลือเกิน
แต่ถ้าเป็นในหมู่บ้าน ในชุมชนเลกๆที่ต่างจังหวัด ... อาจจะสร้างขึ้นมาได้นะ ^^; มันดูเหมือนวิถีไทยสมัยก่อนยังไงไม่รู้สิ

big smile


ปล. ชอบพี่โต๋นะ ชอบที่เค้าเอาเปียโนมาทำให้ออกอัลบั้มได้ ... ในขณะที่คนอื่นๆคิดแต่บอยแบนด์ไตลืญี่ปุ่น-เกาหลีกัน ..(ซึ่งเพลงมันก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย อาศัยท่าเต้น และอะไรหลายๆอย่าง แต่พี่โต๋นี่ต้องความสามารถล้วนเลย .. พ่อพี่โต๋ก็เป็นนักร้องเหมือนกันมั้งคะ เหมือนคุณแม่เคยเล่าให้ฟัง 55)

#12 By HeDw!g on 2009-02-18 16:13

ชอบโต๋Hot! (เกี่ยวมั้ย)

เข้าใจคิดconfused smile

#13 By on 2009-02-18 16:14

แต่วิถีนี้กำลังจะหมดไปเพราะสังคมเสื่อมลง ห่างศาสนามากขึ้นและเห็นแก่ตัวเองมากขึ้น ยึดวัตถุมากขึ้น

หากพุทธเข้มแข็งเราเชื่อว่ายูโทเปียมาแน่big smile

#14 By *~citrus~* on 2009-02-18 16:32

ผมก็มองสังคมยูโทเปียในเเง่มุมกลับก็เเล้วนะครับ
ในเเง่ระบบ มันก็พอไหวนะครับ
เเต่ว่ามันไม่ได้ ก็เพราะมนุษย์นี่เเหละครับ
ถ้ามีเพียงคนเดียวคิดหาประโยชน์จากสังคมเเบบนั้น
ก็เกิดโดมิโนการเอาอย่าง ทำให้ระบบพังในที่สุด

เเต่ว่าผมชอบคำพูดที่ว่า "ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จ" นะ
ผมว่าสิ่งนี้เเหละที่คนในสังคมปัจจุบันขาดกันมากจริงๆ

#15 By Red on 2009-02-18 16:34

Hot!

#16 By Lily Pixel on 2009-02-18 16:42

ไม่เพ้อเจ้อหรอก

เป็นเรื่องที่ทุกคน(ควรจะ)คิดได้อยุ่แล้วแหละนะ
สังคมดีเริ่มจากคนในสังคมเนอะ ^^

#17 By → Ra$s*m€` [❤] on 2009-02-18 16:56

ลืมจ้ะ Hot!

(( เราเป็นคนระยองหละ! เกี่ยวมั๊ยเนี่ยย ไปดีกว่า ))

#18 By → Ra$s*m€` [❤] on 2009-02-18 16:56

ผมว่ามันเกิดขึ้นจริงตามจินตนาการไม่ได้เพราะมันถูกออกแบบมาขัดกับหลักความต้องการที่จะมีจะใช้ของมนุษย์ครับ ถ้าทุกคนสามารถกำจัดความเห็นแก่ตัวของตัวเองได้หมดอาจเป็นไปได้

ส่วนเรื่องจะ apply จะติต่าง หรือจะคิดว่าเข้าใกล้แล้วหรือไม่ผมว่าคิดได้ทำได้ครับ แต่ส่วนตัวยังคิดว่ายังห่างไกลครับ

#19 By Elta_kung on 2009-02-18 17:17

big smile Hot! Hot! Hot!

#20 By six on 2009-02-18 17:18

เพอเฟ๊ค แมนจริงๆ

#21 By Arcobaleno on 2009-02-18 17:43

กรี้ดดด นู๋ก็ชอบนักร้องคนนี้

จริงๆน๊า ติดตามสัมภาษณ์พี่เค้ามาหลายที่ เค้าเป็นคนคิดดีมากอ่ะ

เล่นเปียโนเพราะด้วย

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

วันนี้มาโพสในคอม แปะดาวๆ
เป็นตัวของตัวเองดีที่สุด

#23 By Mango Hotel on 2009-02-18 19:20

Hot!
เคยมีคนบอกว่า
Utopia อาจจะแผลงมาจาก โยเดีย
คือโยเดียในสมัยก่อน ฝรั่งเค้าเอาไว้
เรียก อโยธยา
:)

#24 By Smurfsmint on 2009-02-18 19:39

ตามวิธีชาวพุทธ ถ้าคนเราทำได้ มันก็เป็นแบบนี้จริงละ อย่าว่าแต่ชาวพุทธเลย สมัยสุโขทัย พ่อขุมราม ก็น่าจะประมาณนั้น

แต่ผมก็ยังเชื่อว่า ในปัจจุบันเราก็สร้างสังคมอยู่โทเปียได้ ถ้าเราร่วมใจกันทำ

ส่วน โต๋ ถ้ามีตำแหน่งวัยรุ่นตัวอย่าง ก็น่าจะมอบให้
Hot! Hot! Hot!

#25 By KC_CRUSH on 2009-02-18 20:11

ชอบตรงที่พูดถึงหญ้าค่ะ

เป็นบทความที่ดีมากๆ ขอแจกดาวหน่อย แหะๆ Hot!

#26 By FirerwiZ on 2009-02-18 20:39

ยูโทเปีย

ตอนนี้คำนี้ก็มีคนเอาไปใช้เรียกสิ่งที่อุดมคติเกินไปด้วยเหมือนกันนะ นอกเหนือจากสภาพสังคม

คือยังไงดีล่ะ

มันเป็นอุดมคติที่ขัดกับนิสัยมนุษย์ บางคนอาจทำได้

แต่ก็ไม่มีใครรับประกันได้ ว่าทุกคนจะทำร่วมกัน จริงๆ อย่างที่พูดรึเปล่า

ในโลกความจริง ก็เหมือนเป็นแค่สโลแกนสวยหรู ที่มีไว้เท่ๆ แต่หาประโยชน์ไม่ได้

คนเรา ไม่ต้องไปคิดหรอก ว่าต้องมีน้ำใจ หรืออะไรๆ ไม่ต้องไปกำหนด ให้เป็นอย่างนู้นอย่างนี้

อุดมคติของคนเรามันต่างกัน คนร้อยคน ความจริงร้อยแบบ อุดมคติร้อยแบบ

ไม่มีใครมีสิทธิ์จะเปลี่ยนใครให้เหมือนตัวเอง

เอาแค่ว่า ทุกคนทำหน้าที่ตัวเอง ใช้ชีวิตที่มีความสุข โดยพยามเบียดเบียนคนอื่นให้น้อยที่สุด

ได้แค่นั้นก็น่าจะพอแล้ว

เพราะสิ่งที่ทุกคนทำได้จริง กับอุดมคติ มันต่างกัน
อุดมคติ = เป็นไปไม่ได้

ชัดเจนอยู่แล้ว

#28 By WhiteMapleS on 2009-02-18 22:28

ว๊าวววว

พี่โต๋ ช่างเป็นคนดี
มีความคิด ดีๆ

เรื่องสังคมยูโทเปีย นั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่ทำจริงได้ยาก

เพราะ คนเรายังมีความ "พอ" ที่ไม่เท่ากัน
ความคิด ทีไม่เหมือนกัน
และ อื่นๆ อีกมากมาย ที่ทำให้ คนเราามีความแตกต่าง

เลยมองว่า เรื่อง ของๆเค้า = ของๆเรา
และของๆเรา = ของเค้า มันยาก
( เราคิดว่ามันเป็น ข้อสำคัญของความคิดยูโทเปีย
เลยน่ะ)

เห็นมีแต่ ของเรา = ของเรา และ ของๆเค้า = ของๆเรา

คิดแล้ว ก็กลุ้ม

มีน้ำใจให้กัน วันละนิดหน่อย ยังหายากเลย สมัยนี้ sad smile

#29 By ka-fae-nom on 2009-02-18 22:59

big smile คนรุ่นใหม่ที่เป็นแบบอย่างที่ดีของวัยรุ่น

ขนาดเรายังทำไม่ได้ แต่ก็จะพยายาม

#30 By หนึ่ง on 2009-02-19 00:52

พูดถึงโต๋ก่อน ว่าทำไมโต๋ไม่เล่นดนตรีในผับได้ นั่นเพราะโต๋ยังมีกินมีใช้ แต่วงดนตรีทั่วๆไปที่ยึดดนตรีเป็นอาชีพจริงๆ เค้าไม่เล่นในผับไม่ได้ เพราะเทป หรือ ซีดีนี่ไม่ต้องหวังจะขายแล้ว ยุคนี้MP3ครองเมืองครับ ถ้าไม่เล่นโชว์ตัวตามที่ต่างๆก็ไม่มีกิน

นี่คือสาเหตุที่ Silly Fools ต้องเสียพี่โตไป เพราะพี่โตเป็นอิสลามและเคร่งมาก จึงปฏิเสธงานแบบเดียวกับโต๋ แต่ถ้าไม่เล่นก็ไม่มีเงิน พี่โตเลยต้องออกจากวง



กลับมาดูที่สังคมยูโทเปีย ผมอ่านแล้วนั่นมันคล้ายๆกับสังคมไทยสมัยก่อนนะ ยกเว้นการปกครองเท่านั้นเองที่ไม่เหมือนกัน

ผมอยากให้มีสังคมแบบนั้นอีกนะครับ


ชอบมากบล็อกนี้big smile

#31 By เสกเรนเจอร์ on 2009-02-19 08:53

ฉันชื่อ ฮานะ ตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ ฉันเป็นคนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยและอ่านภาษาไทยได้แต่ไม่ 100% แต่ blog
ของฉันเพื่อนฉันเขาช่วยเขียนเป็นภาษาไทยให้ ตอนนี้ฉันทำงานที่สถาบันสอนภาษาที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นฉันช่วยให้ได้นะคะ ฟรีค่ะ ฉันเจอ blog ของคุณน่าสนใจดีค่ะ ฉันก็เลยอยากจะลิงค์คุณได้หรือเปล่าถ้าได้อยากจะรบกวนช่วยใส่ลิงค์เวปไซน์ของเราด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
① website name : thai language school URL:www.thailanguage-school.com 
② website name : โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น URL:www.jp-study.com
และตอนนี้ไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทยฉันอยากจะมีเพื่อนเป็นไทยเยอะๆถ้าไม่รังเกียจได้เป็นเพื่อนกับคุณก็จะดีใจมากค่ะ หวังว่าคงได้เป็นเพื่อนกันนะคะ

#32 By hana (203.188.44.236) on 2009-02-19 10:30

ฉันชื่อ ฮานะ ตอนนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ ฉันเป็นคนญี่ปุ่นพูดภาษาไทยและอ่านภาษาไทยได้แต่ไม่ 100% แต่ blog
ของฉันเพื่อนฉันเขาช่วยเขียนเป็นภาษาไทยให้ ตอนนี้ฉันทำงานที่สถาบันสอนภาษาที่กรุงเทพฯ ถ้าคุณอยากเรียนภาษาญี่ปุ่นฉันช่วยให้ได้นะคะ ฟรีค่ะ ฉันเจอ blog ของคุณน่าสนใจดีค่ะ ฉันก็เลยอยากจะลิงค์คุณได้หรือเปล่าถ้าได้อยากจะรบกวนช่วยใส่ลิงค์เวปไซน์ของเราด้วยนะคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ
① website name : thai language school URL:www.thailanguage-school.com 
② website name : โรงเรียนภาษาญี่ปุ่น URL:www.jp-study.com
และตอนนี้ไม่ค่อยมีเพื่อนคนไทยฉันอยากจะมีเพื่อนเป็นไทยเยอะๆถ้าไม่รังเกียจได้เป็นเพื่อนกับคุณก็จะดีใจมากค่ะ หวังว่าคงได้เป็นเพื่อนกันนะคะ

#33 By hana (203.188.44.236) on 2009-02-19 10:30

ความจริงนั้น

...ช่างต่างกับอุดมคติยิ่งนัก

เพราะความคิดของคนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ


สุดท้ายคน... คนเราก็ต้องเห็นแก่ตัวบ้าง

#34 By Zantroreus on 2009-02-19 11:06

แวะมาทักทาย พลเมืองที่้เอาใจใส่สังคม

หลายครั้งหลายครา ที่จะเรื่องราวเกี่ยวกับสังคม ผุดขึ้นมาจากใครคนหนึ่ง ให้คนอื่นได้อ่านกัน นั้นเป็นเพราะ เหนื่อย เอือมระอา ตระหนัก และเห็นคุณค่าในการใช้ชีวิต

แม้มันจะดูเลือนลาง แต่อย่าหยุดฝันเลยครับ

แม้การเปลี่ยนความคิดคนอื่นจะเป็นเรื่องยาก
แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ทำไม่ได้

ยิ่งในสมัยนี้ ที่ผู้คนใช้ชีวิตเหมือนมนุษย์กระต่าย มีอิทธิพลความคิดอยู่ภายใต้สื่อ
ใช้ชีวิตรีบไปหมด รีบทำงาน รีบกิน รีบหาความสุข รีบตาย

โอกาสมันมาถึงแล้ว
มาพยายามด้วยกันเถอะครับ confused smile

การสร้างสรรค์เป็นสิ่งที่ควรทำ ไม่ว่ากับใคร เวลาไหน
โดยที่ไม่ต้องสงสัยเลย

#35 By pipe on 2009-02-19 15:11

Hot!
แต่ว่าน่ะ โลก globalization มันทำให้ วิถีพุทธ หายไปอีกไม่นาน

ทั่วโลกต้องมีความเป็นสากล

อะไรคือสากล

ชาติที่มีอำนาจทหาร และ เศรษฐกิจสูงสุด คือผู้มีสิทธิ์กำหนดความเป็นสากล

ไม่ใช่เหตุผลลึกซึ้ง ทางด้านจริยธรรม กฏแห่งกรรม แบบวิถีพุทธ

(แก่นศาสนาพุทธ เข้าใจยากเกินไป ถ้าไม่ศึกษาจริงจังซักระยะ, หนังสือนิยาย ยังไงๆ ก็ขายดีกว่าหนังสือแนววิชาการที่เป็นศาสตร์แข็งๆ อย่าง pure science หรือ คณิตฯ อยู่วันยังค่ำ)

#36 By Detonator on 2009-02-19 15:51

โลกจริงกับอุดมคติ คือสิ่งที่ไกลตัวออกไป
ในเมื่อมันเป็นสิ่งที่เพ้อเจ้อ

แล้วมันจะพูดทำไม?

บางทีอาจจะดูขัดแย้งกับพฤติกรรมก็เป็นไปได้!
Hot!

#37 By 'เนิ้ร์ด' on 2009-02-19 16:37

อ่านบทความนี้ ก็ได้อะไรหลายอย่าง
แบบว่ารู้จักเปรียบเทียบและมองในหลายๆ ด้าน

แต่มีสิ่งหนึ่งที่จะเอาไปใช้
คำพูดของพี่โต๋

"ไม่มีทางลัดสู่ความสำเร็จไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ"

ก็ใช่นะ

อะไรที่ได้มาง่ายๆ ถึงจะดี แต่มันก้ไม่ได้ทำให้ความสามารถเราดีขึ้นได้



#38 By fuchi (^^) on 2009-02-19 16:48

ความม.หัศ.จรรย์ ของ B i o s p r a y หลัง.การใ.ช้

ปัญ.หา การ.นอน.หลับ /ผิว.พรรณ /ริ้ว.รอย/ไม.เกรน/ไข.ข้อ
สมรรถ.ภาพ /ระ บบ.เผา.ผลาญ โรค.กระ.เพาะ/ผม.หงอก/ผม.ร่วง
แผล.เป็น/เหน็บ.ชา/เบา.หวา น/ควา มฺ.ดัน/ภูม.แพ้/หอบ.หืด

อาการ.เหล่า.นี้.รู้.สึก.ดี.ขึ้น.จาก.ประ.สบ.การณ์.ของ.ผู้.ใช้.จริงๆ
นอน/หลับ/ลึก/ขึ้น ขับ.ถ่าย.ทุก.วัน สุข.ภาพ.ดี.ขึ้น.มาก
คืน.ความ.เป็น.หนุ่ม.สาว.เยาว์.วัย.ทั้ง.สุข.ภาพ.และ.ร่าง.กาย
เพิ่มเติมที่ p1.fr/i9un

#39 By (58.8.172.173) on 2009-02-19 18:31

ใช่ค่ะ ถูกที่สุด
ปล.พี่โต๋สุดยอดดดดconfused smile
อ่านแล้วนึกถึง นักร้องนำวงนึง

ที่ออกจากวงเพราะไม่อยากเล่นในผับเพราะมีเหล้า....

ก่อนจะไปตั้งวงใหม่
....ซึ่งต่อมาไปเล่นในงานที่จ่ายค่าเข้าเปิดเหล้าฟรี


#41 By Try-Me :: PoPPo on 2009-02-19 21:28

พี่โต๋ สุดยอดHot!

#42 By iDoi* on 2009-02-19 22:32

เชื่อจริงๆค่ะว่าไม่มีอะไรที่ได้มาง่ายๆ เพราะเวลาที่เราได้สิ่งนั้นมาแล้วเราก็จะเห็นคุณค่าและเก็บรักษามันไว้ให้ดีที่สุดbig smile

#43 By *。::Eda::。* on 2009-02-19 23:38

อ่านเพลินมีสาระนะเนี่ย ขอ add น้าHot!

#44 By hungryangry on 2009-02-20 23:06

ดีจัง พี่โต๋มีชีวิตเป็น ตัวอย่างแก่เอยวชน

#45 By somxss on 2009-03-23 19:40

อ่านแล้วได้แง่คิดที่ดีมากๆครับ

#46 By Kuk_Kidhen on 2009-03-27 12:43