ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า

โอกาสที่เราได้รับมานั้น

ก็คือโอกาสที่หลาย ๆ คนได้เสียมันไป

ยกตัวอย่างเรื่อง การสอบเข้ามหาวิทยาลัยก็แล้วกัน



แต่ละปีมีเด็ก ๆ สอบติด สมหวัง ได้รับโอกาสเข้าเรียนต่อมากมาย

แต่สำหรับคนที่ผิดหวัง คนที่ไม่มีโอกาสได้เข้าศึกษาต่อนั้น มีมากกว่า

สังคมไทยได้ฝากความหวัง และเรียกคนกลุ่มนี้ว่า

"อนาคตของชาติ..."

"ปัญญาชนของชาติ..."



อืม...เดี๋ยวผมพาไปดูปัญญาชนรอบตัวผมดีกว่า

คณะที่ผมเรียนนั้น

นับได้ว่าเป็นความหวังของชาติได้เลยทีเดียว

หากใครได้เรียนรับรองว่า จบมามีงานทำ มีสตางค์ใช้



โบโบ้ : "เฮ้ย เอ็งจบแล้ว เอ็งจะทำอะไรวะ"

นาย ก : "เราอยากซื้อ notebook ซื้อรถ ซื้อบ้าน

พอเก็บเงินได้ซักก้อน ก็อยากทำหอพัก

จะได้คอยเก็บเงิน ไม่ต้องทำงาน

เอ้อ...เปิดร้านเกมส์กับคาราโอเกะใต้หอด้วยดีกว่า..."



โอย...อนาคตของชาติ....(ผมคิดในใจ)



โบโบ้ : " เฮ้ย มรึงจบแล้วจะทำอะไรวะ"

นาย ข : "กรูแม่งจะกินร้านอาหารแถวสีลมอาทิตย์ละซอย

เที่ยวอันดามันเดือนละครั้ง !!

ตอนเรียนนี่เหนื่อยมาก จบแล้วขอสบายหน่อยเหอะ ! "



โอย...ปัญญาชนของชาติ

ลองไปดูเพื่อนสาวคนหนึ่งของผมบ้าง

มีหลาย ๆ ครั้งที่เพื่อนผมมาเรียนสาย มาทำ lab ช้า

เธอก็บอกว่า

"เราตื่นสายอ่ะ...รถมันติดอ่ะ...อย่างนู้นบ้างอ่ะ...อย่างนี้บ้างอ่ะ"

อืม ๆ ฟังแล้วน่าสงสาร น่าเห็นใจ

แต่พอมองหน้าเธอ

โอ้...โอ้....รองพื้น

มาสคาร่า

eye liner

eye shadow

เล็บสีม่วง

อีกทั้งน้ำหอมนอกสุดฉุน

คุณเธอมีครบครับ !

จากที่เห็นใจ ชักอยากจะเขกกะโหลกสักทีสองที

 

ไปหารูปอนาคตของชาติจากพี่ google  มาประดับบล๊อกดีกว่า

(ที่มา : คลิ๊กขวาที่รูปแล้วดูที่ property นะจ๊ะ)

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนนี้หลาย ๆ คนอาจจะเริ่มกระทืบเท้าโวยวาย

"ก็ชั้นมีสตางค์ มีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้ มันก็เรื่องของชั้น

ชั้นไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนสักหน่อย ! "


อืม...น่