"หลวงพี่เอี้ยง" Vs "สตรี" "กิ๊ก" "ชู้"
posted on 07 Feb 2010 07:48 by bobotravel in Herohandbookสวัสดีครับเพื่อน ๆ
เมื่อวานผมไปอ่านหนังสือเตรียมสอบที่ห้องสมุดสวนลุมพินี
พออ่านหนังสือจนเริ่มอิ่มตัว ก็เปลี่ยนไปเดินเล่นรอบ ๆ ห้องสมุด
เหลือบไปหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งในชั้นหนังสือ"มุมคุณธรรม "
อ่านแล้วชอบใจก็เลยเก็บมาฝากเพื่อน ๆ ชาวเอ็กซ์ทีนครับ
เด็กคนหนึ่งถามหลวงพี่เอี้ยงว่า
"หลวงพี่...สมัยนี้เขาเรียก "ชู้ " เป็นชื่อน่ารัก ๆ ว่า "กิ๊ก"
แล้วอย่างนี้มันจะทำให้คนเป็นชู้บาปน้อยลงไหมเนี่ย "
เป็นคำถามนี่น่าสนใจไหมครับ ?
ฮิฮิ คำตอบของหลวงพี่เอี้ยงนี่ "คม" และ "เคลียร์" จริงๆ นะครับ
ปล. ใครสนใจอยากอ่านการ์ตูนหลวงพี่เอี้ยงกับธรรมะดีดี น่ารัก ๆ ต่อ
ก็คลิ๊กไปดูได้ที่ www.budpage.com ได้นะจ๊ะ
เรื่องราวของสตรีกับบุรุษนี้ จะกี่ยุคกี่สมัยก็รู้สึกว่า"ไม่ค่อยต่างกัน"
แม้แต่ภิกษุก็ไม่เว้น
ในคราวที่พระพุทธองค์ใกล้จะปรินิพพานนั้น
พระอานนท์ได้ทูลถามพระองค์ว่า
"ข้าแต่พระผู้มีพระภาค ในพรหมจรรย์นี้มีสุภาพสตรีเป็นอันมากมาเกี่ยวข้อง
เป็นมารดาบ้าง เป็นพี่หญิงน้องหญิงบ้าง เป็นเครือญาติบ้าง
เป็นผู้เลื่อมใสในพระรัตนตรัยบ้าง
ภิกษุพึงปฏิบัติต่อสตรีอย่างไร ? "
(รูปประกอบจากภาพยนต์พระพุทธเจ้า)
"อานนท์ การที่ภิกษุจะไม่ดูไม่แลสตรีเพศเสียเลยนั้นเป็นการดี"
"ถ้าจำเป็นต้องดูเล่า พระเจ้าข้า ? "
"ถ้าจำเป็นต้องดูต้องเห็น ก็อย่าพูดด้วยนั้นเป็นการดี"
"ถ้าจำเป็นต้องสนทนาด้วยเล่า พระเจ้าข้า"
"ถ้าจำเป็นต้องสนทนาด้วยก็จงมีสติไว้ ควบคุมสติไว้ให้ดี
สำรวมอินทรีย์และกายวาจาให้เรียบร้อย อย่าให้ความกำหนัดยินดีครอบงำจิตใจได้ "
ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ เขียนเล่าในหนังสือ "พระอานนท์พุทธอนุชา" ไว้ว่า
"จริงทีเดียว การไม่ยอมดูไม่ยอมแลสตรีเสียเลยนั้นเป็นการดีมาก
แต่ใครเล่าจะทำได้อย่างนั้น
ผู้ใดมีใจไม่หวั่นไหวด้วยความเบ่งบานของดอกไม้งาม
ดนตรี....และอาการเยื้องกรายแห่งสตรีสาว
ผู้นั้นถ้ามิใช่นักพรตก็เป็นสัตว์ดิรัจฉาน"
ภาพวาดของอาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต
"ความงามนั้นเป็นอำนาจที่คุกคามจิตใจของปุถุชนให้แพ้ราบ
และการยิ้มนั้นคือคมดาบของเธอ
เมื่อใดพบความงามถ้าความงามนั้นยังไม่ยิ้มก็ยังมีทางจะรอดพ้นไปได้
แต่เมื่อความงามนั้นยิ้มออกมาย่อมหมายถึงเธอส่งคมดาบออกมาแล้ว"
"เมื่อสตรีงามยิ้มย่อมหมายถึงถุงเงินของผู้ชายร้องไห้ "
"สตรีที่พราวเสน่ห์แต่ไร้มโนธรรม จิตใจสกปรก
จึงเป็นเพชฒฆาตมือนุ่มซึ่งมียิ้มและกิริยาที่ยียวนเป็นคมดาบ
มีน้ำตาเป็นหลุมพรางสำหรับให้ชายตกลงไปในหลุมน้ำตานั้น "
ฮิฮิ หนุ่ม ๆ หลายคนที่เคยโดนตกหลุมพลางของสาว ๆ
คงจะเข้าใจความหมายของอาจารย์วศินเป็นอย่างดี ใช่ไหมครับ ...
ถ้าใครอยากจะมีรัก
ก็ขอให้ใช้ใจที่บริสุทธิ์มองหา นะจ๊ะ....สวัสดีจ้า




เรื่องจริงเกี่ยวกับลิง ที่น้อยคนจะรู้
ทริป แบบ ชุล มุน อุ่น รัก - การเดินทางของต้นกล้าแห่งปัญญา
How To:สร้าง Code Side bar ง่าย ๆ ประสาคนโง่คอม
ฉยามปะเทด ตอน พัฒนาแล้ว